ตะกร้าสินค้า

0 ฿ (0 รายการ)
Menu
รวมนิทาน 20 เรื่อง ที่คุณหมอประเสริฐแนะนำ (สินค้าเข้ามาใหม่)
Home > Shop Online

รวมนิทาน 20 เรื่อง ที่คุณหมอประเสริฐแนะนำ (สินค้าเข้ามาใหม่)

รหัสสินค้า : 996301
ประเภท : นิทานภาพ
ช่วงวัย : 3 ปีขึ้นไป
สำนักพิมพ์ : แฮปปี้คิดส์, ห้องเรียน, คิดส์บวก
ราคา : 1,893.-   1,514.-

- สินค้าหมด -

รายละเอียด

รวมหนังสือนิทานที่คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ แนะนำ 20 เรื่อง **สินค้าเข้ามาใหม่**
 
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
1. มาร์สแมนกับยายเช้า ตอน ปราบมังกรไฟ (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาท
2. เสียงร้องของใครนะ (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาทท
3. ความลับอร่อยจัง (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาท
4. แม่ไก่แฮตตี้ (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาท
5. ว้าว..น่ากินจัง (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาท
6. ดินสอวิเศษของจี๊ดจ๊าด (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาท
7. รอนานหน่อยนะ (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาท
8. จิ้งหรีดใจดี (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาท *สองภาษา Bilingual
 
สำนักพิมพ์เฮลโลคิดส์
9. เอ๊ะ หางของใคร (ปกอ่อน) ราคาปกติ 85 บาท
 
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
10. บ้านเรามีเงาประหลาด (ปกอ่อน) ราคาปกติ 85 บาท
11. ตุ๊กตาแห่งความทรงจำ (ปกอ่อน) ราคาปกติ 110 บาท
12. สมบัติหรรษาของวัวสี่เหลี่ยม (ปกแข็ง) ราคาปกติ 98 บาท
13. นอนแล้วนะพระจันทร์ (ปกอ่อน) ราคาปกติ 90 บาท
14. ระเกะระกะ (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาท

สำนักพิมพ์คิดส์บวก
15. ขอทำแบบนั้นบ้างได้ไหม (ปกอ่อน) ราคาปกติ 95 บาท
16. กระต่ายน้อยอยากมีเพื่อน (ปกอ่อน) ราคาปกติ 89 บาท *สองภาษา Bilingual
17. เอ๊ะเอ๋ เอิงเอย (ปกอ่อน) ราคาปกติ 129 บาท *สองภาษา Bilingual
18. ลูกเสือน้อย (ปกอ่อน) ราคาปกติ 79 บาท *สองภาษา Bilingual
19. สัตว์ประหลาดในห้องครัว (ปกอ่อน) ราคาปกติ 89 บาท *สองภาษา Bilingual
20. โจรสลัดกับลูกสมุนเป็ดยาง (ปกอ่อน) ราคาปกติ 89 บาท *สองภาษา Bilingual

สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
 
ดินสอวิเศษของจี๊ดจ๊าด
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
ดินสอวิเศษของจี๊ดจ๊าด

ผลงานทีมนักเขียนไทยอีกเล่มที่เดินไปพบเมื่อสองสัปดาห์ก่อน รูปสวยเตะตา ตัวหนังสือเยอะดี สีท่าจะคุ้ม 555 อ่านไปเรื่อยๆ ใช้ได้เลย

เครดิต บนหน้าปก

ไม่สั่ง ไม่สอน ได้สาระไม่รู้ตัว แม้ว่าจะแอบสรุปนิดหนึ่ง นิดเดียวจริงๆ

คุณปู่ไดโนเสาร์มอบดินสอวิเศษให้แก่หลานจี๊ดจ๊าด จี๊ดจ๊าดชอบวาดรูป แต่วาดยังไงก็ไม่เหมือน ชวนให้อารมณ์เสียอยู่บ่อยๆ ตานี้แหละ ดินสอวิเศษจะทำให้ภาพที่วาดมีชีวิตเสียที

พล็อตเรื่องนี้เป็นสากล มีในนิทานหลายภาษาแต่ครั้งนี้ดัดแปลงและเขียนใหม่ยาวเหยียดอย่างมีชั้นเชิงจนลืมไปเลยว่าเคยผ่านตามาแล้ว รูปและเรื่องก็รับส่งกันอย่างดี

มีคำถามว่าผมเลือกหนังสืออย่างไร คำตอบจะเหมือน Martin Salisbury เขียนไว้ในหน้าคำนำหนังสือ 100 Great Children's Picture Books แหละครับ เราใช้ "Wow Factor" เป็นส่วนใหญ่ คืออ่านไป ใช่เลย แล้วค่อยแยกแยะองค์ประกอบทีหลัง

เพราะหนังสือนิทานประกอบภาพเป็นองค์รวม ความงามที่เกิดขึ้น แยกส่วนมิได้

รูปวาดของเด็กๆ ก็เช่นกัน

อยากวาดรูปให้สวย ต้องดินสอวิเศษซะแล้ว!

มาร์สแมนกับยายเช้า ตอน ปราบมังกรไฟ
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์

เสาร์อีกแล้ว
มาร์สแมนกับยายเช้า

กลับมาที่หนังสือนิทานประกอบภาพดีๆ จากอาจารย์เกริก ยุ้นพันธ์อีกครั้ง เป็นนักเขียนท่านหนึ่งที่ผู้เขียนซื้อให้ลูกอ่านหลายเล่ม เห็นเป็นหยิบ


จุดเด่น คือ ภาพสองมิติแบนราบเหมือนติดอยู่บนแผ่นกระดาษ ไม่มีอะไรนูนออกมาเลยแม้ว่าอาจารย์จะเล่นแสงเงาด้วยหวานลงสีหวานๆ เสมอ


มาเล่มนี้แปลกกว่าหลายเล่ม เหมือนเด็กวาดสีแป๋นๆ เหมาะกับการอ่านให้ลูกเล็กฟัง เนื้อหาออกแนวซูเปอร์ฮีโร่เพลี่ยงพล้ำต้องขอความช่วยเหลือจากคุณยายอีกด้วย


โลกสองมิติเป็นพัฒนาการสำคัญ อยู่ระหว่างหนึ่งมิติเมื่อแรกเกิดจนกระทั่งประมาณ 6 เดือนที่ลูกยังเป็นส่วนหนึ่งของแม่ (autustic & symbiotic)
และยังไม่เป็นสามมิติ ซึ่งจะเป็นเวลาที่เด็กเริ่มมีตัวตนแรกๆ แล้วเห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง (self & self-centered)

มาร์สแมนโผล่มาตรงกลางในโลกสองมิติ แสดงให้เห็นว่าคนเราควรมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น แม้ว่าจะสู้ไม่ได้ก็ตาม

รอนานหน่อยนะ
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
บทแทรก : หนังสือนิทานประกอบภาพสำหรับเด็กมักมีเป้าหมายจะเล่าเรื่องอะไรเพื่อตอบสนองความต้องการเรื่องอะไรของเด็ก หรือเพื่อกระตุ้นพัฒนาการเรื่องอะไร เราจึงเห็นหนังสือที่ดีมากๆ อาจจะมีคำเพียงไม่กี่คำเพื่อเป้าหมายนั้น แม้ภาพประกอบจะมากมายสวยงามแต่คุณพ่อคุณแม่ที่งบจำกัดอาจจะห่วงว่าอ่านไม่คุ้ม ไม่กี่หน้าหรือไม่กี่ประโยคก็จบ

เมื่อเป้าหมายอยู่ที่พัฒนาการ มิได้อยู่ที่เนื้อเรื่อง เนื้อเรื่องจะดาร์คบ้างจึงมิใช่เรื่องน่ากังวลดังที่คุณพ่อคุณแม่บางท่านเป็นห่วง ทั้งนี้ยังไม่นับว่าเรื่องน่ากลัวที่มากับงานศิลปะชั้นดีคือวิถีที่ดีที่สุดในการพาลูกของเราเผชิญโลก

เล่มนี้ดีมาก เล่าเรื่องสัตว์ต่างๆ ไปนั่งรอคุณหมอซึ่งอยู่หลังบานประตูนั้น ทำอะไรกันนะ เข้าไปทีละคนๆ ใกล้เราเข้ามาแล้ว ถึงตาเราแล้วล่ะสิ!

เราจะเห็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับ ชีวิต (animism) ตนเอง (egocentric) สถานที่และเวลา (space&time) เห็นพัฒนาการเรื่องจำนวนนับและการจัดลำดับ (number& order) รวมทั้งเห็นกระบวนการที่ย้อนกลับได้ (reversibility) เยี่ยมมาก

เขียนเช่นนี้ก็มิได้หมายความว่าเราจะสอนเลขหรือการเรียงลำดับ นั่นเป็นเรื่องขี้ผง แนวคิดเรื่อง space & time, number & order, reversible & irreversible เหล่านี้เป็นฐาน ฐานของอะไร ฐานของวิธีคิดในระดับสูงในอนาคต เตรียมความพร้อมคือการปูฐาน ฐานที่เรียบ และแน่น อย่างทั่วถึง จะเล่าอย่างละเอียดต่อไปใน "วิธีเลี้ยงลูกให้ได้ดี"

รูปสวย คำไพเราะ สั้น ราคาสูง กวาดรางวัลเพียบ
---------------------------------------------------
เผยแพร่ซ้ำ : เล่มนี้กวาดรางวัลเป็นว่าเล่น ออกจะดาร์ค แต่เมื่อมากับงานศิลปะที่ดี ภาพสวย ลงสีสวย เล่าเรื่องน่าสนใจ ไม่มีอะไรน่ากลัว

ใครต่อใครไปนั่งรอ รอนานหน่อยนะ เข้าไปทีละคน เข้าไปทีละคน ออกมาทีละคน ออกมาทีละคน ทำอะไรกันนะ ดีมาก

ได้ทั้ง animism, number, order, reversible ชอบมาก

ความลับอร่อยจัง
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์

ความลับ...อร่อยจัง โดย อิริค บาตู และ น้านกฮูก อีกเล่ม

ยังมีท่านที่ไม่เข้าใจว่าหนังสือจะเป็นโลกได้อย่างไร


ดู 4 หน้าคู่แรกของหนังสือเล่มนี้ ปล่อยกระดาษขาวไว้เต็มหน้า ตัวหนังสือประโยคเดียวซ้ายมือ รูปหนูตัวนิดเดียวขวามือ จะเห็นว่าเปลืองมาก คำถามง่ายๆ คือ ตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดจบในกระดาษใบเดียวก็ได้ ทำไมไม่ทำ


แต่กระดาษขาวคือโลก หรือ the world ลูกของเรา คือ "หนู" เขาจะเห็นตนเองเป็นศูนย์กลางคือ self- centered แล้วสวมรอยบทบาทของหนู ตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับโลก


เล่มนี้ดี ไม่เพียงตัวเล็กแต่อยู่ด้านล่างของหน้ากระดาษคือของโลก ต่ำมาก นึกภาพเขานอนมองแม่เปิดหน้ากระดาษให้เขาดู เขาเงยหน้ามอง ตนเองเล็กมาก เท่าหนู ในโลกที่ใหญ่มาก


จากจุดนี้เขาจะค่อยๆ พัฒนาการ โดยมีแม่เป็นขุนเขาในโลกกว้างใหญ่ ที่สูงขึ้นไป เขาจะเติบโตขึ้นทุกขณะ ทุกคืนที่แม่อ่าน เหมือนอะไรนะ?


เหมือนความลับที่หนูน้อยกุมไว้นั่นงัย อยากรู้ก็ต้องหาอ่านเองซะแล้ว

อ้างอิง : https://www.facebook.com/prasertpp/posts/308715332810301

ว้าว... น่ากินจัง
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
 
ว้าว น่ากินจัง ของ เอริก บาตู และน้านกฮูก

อยากชี้ให้ดูหน้าแรกๆ เขียนบรรทัดเดียวต่อหน้า รูปเล็กนิดเดียวด้านล่าง ปล่อยกระดาษขาวไว้กว้างๆ เป็นแบบนี้หลายหน้า โอย เปลืองกระดาษ


แต่ว่ากระดาษขาว 1 หน้า คือ โลก หรือ world ของเด็กๆ ของลูกของเรา ทั้งหมดที่เห็นคือโลก คืออวกาศ

หนูเรียกเพื่อนมาทีละตัว มาช่วยกันกระโดดขึ้นลงให้เปลือกถั่วแตก คำพูดซ้ำๆ สำนวนซ้ำๆ สัตว์ตัวใหญ่มากขึ้นๆ ทุกทีที่เดินออกมา โลกกว้างใหญ่สีขาวแคบลงทุกทีๆ สุดท้าย โลก หรือ world ขยายขึ้นตามแนวตั้ง

เปลือกถั่วจะแตกหรือไม่ ไปหาอ่านกัน ถึงตอนท้าย สัตว์ต่อแถวไปทางด้านยาว บัดนี้ โลก หรือ world ขยายออกไปตามแนวราบ

ในที่สุด อวกาศมีสองมิติแล้ว

ยังไม่นับเรื่องการจัดอันดับ ordering สัตว์ที่ตัวใหญ่ขึ้นทุกทีตามลำดับ เรียงแถวตามลำดับทั้งแนวตั้งและแนวนอน คำพูดและสำนวนซ้ำๆ ที่ขยายยืดยาวออกไปทีละหน้าๆ

เหล่านี้คือพัฒนาการด้านการรับรู้ของเด็กเล็ก cognition ซึ่งดีกว่าเนื้อเรื่องอีก

อ้างอิง : https://www.facebook.com/prasertpp/posts/307757136239454

เสียงร้องของใครนะ
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์

เสียงร้องของใครนะ
จอนนี แลมเบิร์ตและน้านกฮูก

"เสียงร้องโหยหวนชวนขนลุก"

"สุดสยอง"

"น่าสะพรึงกลัว
แล้วสัตว์ประหลาดจะกินสัตว์เด็กมั้ยฮะ"

"พวกเราจะถูกถอนขนถูกสับและเอาไปผัดรวมกัน แล้วทำเป็นไส้ขนมพาย"

555 สงสัยหลายคนจะไม่ยอมซื้อ

เริ่มต้นด้วยหนูตัวหนึ่งวิ่งผ่านป่ามืดมิด มีเสียง อ่าา อู๊วว ดังก้องไปทั่วบริเวณ

สัตว์ต่างๆหนีเสียงสุดสยองขึ้นมาอยู่บนต้นไม้ เสียงร้องของสัตว์ต่างชนิดแตกต่างกันไป

พ่อแม่ที่ผันวรรณยุกต์ไม่คล่องท่าจะลำบาก 555

สมัยผมอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ผมไม่เคยสนใจอายุหรือประเภทเลย คว้าอะไรได้ก็อ่าน และหากพบถ้อยคำหรือเนื้อเรื่องที่น่า "สยองขวัญ" ค่อยแก้ไขเอาเดี๋ยวนั้น

บางครั้งลดทอนคำลง บางครั้งเปลี่ยนเอาเอง และบางครั้งทำให้ตลกไปเลยก็มี

เรามันเทพอยู่แล้ว เด็กหลอกง่าย
เด็กๆไม่เคยกลัวหนังสือเล่มไหน คว้าหนังสือเดินไปมา ดูรูปบ้าง อ่านเองบ้าง คืนหนึ่งเมื่อเขาโตขึ้น เราง่วงจนหมดสภาพ ก็จะเผลออ่านไปตามที่เป็นจริง อย่างมากพวกเขาก็งงๆ แต่ถ้าเขายังเล็กอยู่ เขาจะโวยวายเอง "ป๊า! อ่านดีๆสิ!"

หากเราอยู่ด้วย ไม่ไปไหน ธรรมชาติจะจัดการเขาเองเสมอ มากไป น้อยไป สายกลาง เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

หนังสือเป็นแค่เครื่องมือ

ที่สำคัญคือ "เราตัวเป็นๆ"

เล่มนี้ภาพสวยบนพื้นสีดำสนิทมืดมิด

ตอนจบก็เฉลยหักมุมและน่ารักมาก ใครกันที่เป็นเจ้าของเสียง อ่าาาาาาา อู๊วววววววววว

ไม่สปอยล์ๆ

#childrenpicturebooks


แม่ไก่แฮตตี้
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
แม่ไก่แฮตตี้ เขียนโดย Emma Levey น้านกฮูกแปล

เรื่องนี้ผจญภัยมัน จบสนุก แต่จะชวนดูเรื่อง Form และผลของ Form ที่มีต่อพัฒนาการ

Form เป็นคำกว้างๆ หมายถึง กระบวนการเล่าเรื่อง หากเป็นหนังก็จะแล้วแต่ผู้กำกับ จะจับภาพอะไร จากมุมไหน เนิ่นนานเท่าไร หรือตัดภาพฉับไว หนังสือภาพสำหรับเด็กก็จะมีผู้กำกับเช่นกัน ส่วนใหญ่มักเป็นนักเขียนรูปที่ทำหน้าที่นี้ อยากจะเล่าเรื่องแม่ไก่แฮตตี้ตามหาไข่อย่างไร

หนังสือเล่มนี้มีหลายรูปแทนสายตาแม่ไก่ เป็นภาพพาโนรามาแสดงทิวทัศน์ยิ่งใหญ่ แต่ก็มีบางภาพแทนสายตาลูกของเราซึ่งกำลัง "อ่าน" ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเช่นนี้ เด็กๆ กำลังพัฒนาแนวคิดเรื่อง อวกาศ คือ space แม่ไก่อยู่ตรงไหนกันแน่ คือ placement & displacement

บางช่วง หนังสือใช้หน้าคู่ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการแสดงให้เห็นตำแหน่งของแม่ไก่แฮตตี้ที่เปลี่ยนไป จากเมืองสู่ป่า จากป่าสู่เขา จากเขาสู่ทะเล ภาพเหล่านี้แทนสายตาของลูกเราซึ่งนอน "นิ่ง" อยู่กับที่ในห้องนอน ดังนั้นตัวที่เปลี่ยนไปจริงๆ กลับเป็น เวลา คือ time นักเขียนทำให้ชัดยิ่งขึ้นด้วยภาพฤดูกาลที่เคลื่อนคล้อยไป


โอย เหน่ย แล้วแม่ไก่จะพบไข่มั้ยเนี่ย?

จิ้งหรีดใจดี
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
จิ้งหรีดใจดี โดย มนฤดี ทองกลอย ภาพ รติมัย หงส์วิสุทธิกุล เป็นนิทานกาพย์ยานี ๑๑ เขียนคำได้ไพเราะ รูปประกอบและการลงสีสวยงาม เป็นสองภาษา ส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษมิใช่คำกลอน สนุก ดี มีสาระ


ข้อน่าสังเกต คือ ตัวละครเป็นผู้ชาย คือแมลงเพศผู้ ดูรูปอาจจะไม่ทันสังเกต ภาษาไทยมิได้บอก แต่ภาษาอังกฤษระบุว่าเป็นชาย ผู้ชายเลี้ยงลูก น่ารักมาก แม้ว่าจะเลี้ยงไม่ค่อยไหวก็ตาม

เนื้อหาแสดงให้เห็นว่าการทำความดีหรือการธำรงจริยธรรมมีราคาที่ต้องจ่าย หากแปลจริยธรรมง่ายๆ ว่าการช่วยเหลือผู้อื่น จริยธรรมมีราคาต้องจ่ายแน่ๆ ตรงนี้ดีกว่านิทานสอนทำความดีทั่วไปที่ชอบทำให้ความดีอยู่โดด แต่ความดีไม่เคยอยู่โดดๆ

อยากเห็นนิทานไทยที่ไม่พยายามสอนอะไรในตอนท้าย ไม่แนะนำอะไร ไม่พูดอะไร จบเป็นจบ เทียบกับนิทานต่างประเทศเรามีท่าทีสั่งสอนมากกว่ามาก น่าจะลองไม่สอนบ้าง นิทานสนุกก็พอเท่านั้น ปล่อยเด็กๆ แม้กระทั่งพ่อแม่คิดเอาเอง

เล่มนี้คุณภาพการผลิตทั้งคนวาดคนเขียนคนเขียนคำกลอนฝีมือดีหมดเลย เชียร์ให้ไม่สอนสั่ง ไม่แนะนำ ผลงานพิสูจน์ตัวชัดอยู่แล้ว ปล่อยไป


  สำนักพิมพ์เฮลโลคิดส์ 

เอ๊ะ หางของใคร
สำนักพิมพ์เฮลโลคิดส์
เช้าวันเสาร์แล้ว ไปหาหนังสืออ่านดีกว่า

เกริก ยุ้นพันธ์ พบที่ไหนก็ซื้อเถอะครับ สมัยผู้เขียนเลี้ยงลูกเล่มละ 25 บาท ของขวัญจากนางฟ้า เป็นเล่มที่ลูกๆ กำชับนักหนาพ่อห้ามแจกใคร

ภาพของอาจารย์เกริกเป็นสองมิติ เหมือนแปะกระดาษ ลงสีให้ texture แปลกตา หวานๆ ชวนใคร่ครวญ แต่โครงสร้างเป็นสองมิติ ซึ่งดีกับพัฒนาการอวกาศและเวลา (space&time) ของเด็กเล็กมาก


หางของใคร? เล่นกับความต่อเนื่อง จากซ้ายไปขวา ไล่ไปเรื่อยๆ จากส่วนเล็กเป็นทั้งหมด จากหน้าเดียวเป็นทั้งเล่ม โลก (the world) ของเด็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นทุกที


เป็นโลกที่มีแม่และ/หรือพ่อ อ่านนิทานให้ฟัง


สำนักพิมพ์ห้องเรียน
บ้านเรามีเงาประหลาด
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
หนังสือภาพสำหรับเด็กทุกเล่ม ส่งข่าวสาร2อย่างพร้อมๆ กันให้แก่ลูกของเราเสมอ

อย่างที่หนึ่งคือเนื้อหา เนื้อหาที่เขียนกันบ่อยที่สุดคือเรื่อง "เติบโตพ้นไปจากอกแม่" จะเขียนยังงัยก็ไม่พ้นธีม (theme) นี้ อีกเนื้อหาหนึ่งที่พบไม่น้อยคือเรื่อง "ไม่กลัวที่จะไปต่อไป" จะเขียนยังงัยก็ไม่พ้นธีมนี้ ที่จริงแล้วสองธีมนี้ก็เรื่องเดียวกัน คือเป็น coming of age ของเด็กเล็ก

อย่างที่สองคือวิธีเล่า วิธีเล่ามักตอบสนองหรือกระตุ้นพัฒนาการตามช่วงวัย คือพัฒนาการทางสมองและจิตใจ เรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ อวกาศและเวลา (space&time) อวกาศและเวลามิใช่ของง่ายๆ เด็กโตคนหนึ่งสามารถสร้างจินตภาพของสถานที่หรือการจัดวางวัตถุได้เก่งกว่ามักเรียนหนังสือดีกว่า คือ spatial relation วัยรุ่นคนหนึ่งที่สามารถสร้างจินตภาพของเวลาในอนาคตได้ดีกว่ามักเลือกทางชีวิตได้ดีกว่า เรื่องเวลาจะยากที่สุด แต่ที่จริงแล้วอวกาศและเวลาคืออย่างเดียวกัน

บ้านเรามีเงาประหลาด โดย พัชรี มีสุคนธ์ และ วินิจ ยีสมัน เล่าเรื่อง ความกลัว และ อวกาศ เอาชนะความกลัวเพื่อเดินห่างออกไปจากแม่ ไปข้างหน้าที่ซึ่งมีเงาในอวกาศ ภาพสวย ลายเส้นยอด ลงสีเยี่ยม ความเรียงเพราะ มีสเปเชียลเอ๊ฟเฟ็กต์โด้ย

ตุ๊กตาแห่งความทรงจำ
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
ตุ๊กตาแห่งความทรงจำ
เรื่อง ณิชา พีชวณิชย์ ภาพ ลลนา มนัสสิริเกียรติ

เลือกเล่มนี้เพราะงานภาพและการลงสีมากกว่าอย่างอื่น ให้ความรู้สึกอบอุ่นดี ตุ๊กตาจากเศษผ้าดูเก่าจริง

เล่าเรื่องข้าวฟ่างยากจนไม่มีเงินซื้อตุ๊กตาใหม่ๆ แม่จึงเอาเศษผ้าเก่ามาตัดเย็บเป็นตุ๊กตาให้ เศษผ้าแต่ละชิ้นมีที่มา ชิ้นไหนมาจากไหนวันไหน แม้ว่าออกจะหวานและจงใจไปหน่อย แต่เนื้อหาที่ส่งออกมาเป็นเรื่องที่ดี

ตุ๊กตาเป็น imaginary companion นี่เป็นเรื่องพื้นฐาน เหมือนผ้าห่ม หมอน หรือขวดนมเก่าๆ อย่าเอาของเด็กไปทิ้งโดยไม่บอก อย่าพรากออกจากเด็กอย่างฉับพลัน เพราะในวัตถุเหล่านี้คือ object มีแม่คือ mother อยู่ภายใน ต่อให้เก่าอย่างไรก็มีความหมายในใจเด็ก

เพราะเด็กบางคนไม่แยกตัวเองคือ separate จากแม่เมื่อถึงเวลา เพราะแม่หายจากสายตาคือไม่มี not exist ดังนั้นจึงถ่ายโอนแม่มาเก็บไว้ในตุ๊กตาแล้วเอาไป รร หรือนอนด้วย เป็นขั้นตอนพัฒนาการปกติ

พ่อแม่ควรรู้ ครูหรือพี่เลี้ยงเนิสเซอรี่ควรรู้ ไม่พรากของรักเขาไปอย่างโหดร้าย เพราะจะเท่ากับพรากแม่พรากลูกยามที่เขายังไม่พร้อมกันเลยทีเดียว เกิดแผลฉีกขาดในใจเปล่าๆ ส่งเขาไป รร โดยไม่พร้อมบาดแผลก็เหวอะหวะพอแล้ว

ก่อนสามขวบ เรื่องความรักของแม่ ยังไม่ใช่เวลาฝึกความเข้มแข็ง ให้ไปเถอะ

สมบัติหรรษาของวัวสี่เหลี่ยม
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
รัตนา คชนาถ ,ลลนา มนัสสิริเกียรติ และอนุสรณ์ สงวนศิริมงคล สนุกอีกแล้ว

สมบัติหรรษาของวัวสี่เหลี่ยม
ในแง่พัฒนาการ เหมาะมากกับเด็กเล็กในโลกสองมิติ ดีมาก วัวสี่เหลี่ยมแบนแต๊ดแต๋ ลงสีสวยโด้ย

ในแง่เชาวน์ปัญญา คำถามอะไรเอ่ย เป็นเครื่องมือเล่นกับลูกที่ดี ใช้เล่นหรือแกล้งลูกได้นาน

ในแง่การอ่าน "เอ่อ แล้วหรรษาตรงไหนล่ะพ่อ" คำพูดนี้ผมนึกวิธีแกล้งลูกได้สารพัด เสียดาย พวกเขาโตแล้ว ทำไมไม่เขียนออกมาเมื่อ20ปีก่อน!

ในแง่ไคลแม็กซ์ มีหักมุม ฉลาดขนาดพ่อยังคิดไม่ถึง 555

ปกแข็ง เล่มเท่าฝ่ามือ 98บาท เย็นวันเสาร์ ออกไปหาซื้อเลย ทีมเขียนชาญฉลาดมาก
อ้างอิง : https://www.facebook.com/prasertpp/posts/293243784357456

ระเกะระกะ
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
 
 

เสาร์เสียที ชอบวันหยุดจริงๆ

ระเกะระกะ
รัตนา คชนาถ และ จิตรลดา ศรีอดุลย์พันธ์

ไก่น้อยระกาชอบวางของรกเละเทะสะเปะสะปะ
โต๊ะรกระเกะระกะเพราะของวางอีเหละเขละขละ

เสียงและภาพ สวย สนุกดี

ทำให้ไก่น้อยหาอะไรไม่เจอทำอะไรไม่ทัน อะไรๆระเกะระกะ ใครๆจึง "ไปก่อนละนะ"

ห้องและข้าวของเครื่องใช้เป็นพื้นที่ 2 ที่เด็กเล็กควรได้รับการฝึกให้ดูแล ถัดจากพื้นที่ 1 คือดูแลร่างกายของตนเอง

พื้นที่ที่ 2 เรียบร้อย ชีวิตก็จะเรียบร้อย ทำอะไรก็ง่ายกว่ากัน มองในแง่ฮวงจุ้ยก็ดีไปด้วย

จะทำได้พ่อไก่แม่ไก่ต้องเสีย "เวลา" อีกแล้ว

วางของ placement และเคลื่อนย้ายของ displacement เป็นบทเรียนชีวิตถัดจากเรื่อง "ของ" ที่มีอยู่จริงด้วย object

ของที่มีอยู่จริงเป็นบทเรียนชีวิตที่ถัดจากแม่ที่มีอยู่จริงด้วย

พัฒนาการจึงเป็นองค์รวมและความต่อเนื่อง จากแม่ที่มีอยู่จริง -ของที่มีอยู่จริง -วางของ -เคลื่อนย้ายของ -แม่บอกให้เก็บก็เก็บโดยง่ายดาย เพราะทุกอย่างที่ว่ามาล้วนมีอยู่จริงๆ

พัฒนาการเป็นองค์รวมเริ่มที่บ้าน ไม่มีความจำเป็นต้องส่งไปเสริมอะไรให้เปลืองเงิน เอาเงินมาซื้อหนังสือคุ้มค่ากว่ามาก

#childrenpicturebook
อ้างอิง : https://www.facebook.com/prasertpp/posts/405679269780573

นอนแล้วนะพระจันทร์
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
 
 
 
นอนแล้วนะพระจันทร์
โดย สุภลักษณ์ และ โกศล
น่าจะเหมาะกับเด็กไม่ยอมนอน ใครๆเขาก็นอน
นอนกันทั้งป่า นอนกันทั้งโลก
อยากรู้ไหมใครๆนอนกันท่าไหนบ้าง
ลองอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน เลือกเป็นเล่มสุดท้าย
จบเล่มนี้คือนอนนะจร๊า พ่อแม่เหนื่อยแล้ว
ปิดไฟ
สวมหมวก
นอน!! ฮุ้ย!

(อาจจะต้องหาหมวกนอนรอไว้ใบ:)

สำนักพิมพ์คิดส์บวก
กระต่ายน้อยอยากมีเพื่อน
สำนักพิมพ์คิดส์บวก

 

เสาร์อีกแล้ว ไชโย
กระต่ายน้อยอยากมีเพื่อน
วิภาวี จันทรวงศ์ สลิลา เกษะประดิษฐ์
หนังสือนิทานประกอบภาพที่มีรายละเอียดของฉากหลังมักดึงดูดเด็กๆได้มากกว่าผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ดูฉากหน้า ตัวละครหลัก อ่านหนังสือ จบแล้ว นอนๆๆๆ

เด็กดูฉากหลังไปเรื่อยๆ หูฟัง มือจับตัวแม่ไว้ เป็นโลกที่กว้างใหญ่และปลอดภัย

ยามว่าง เขามักรู้จักรื้อหนังสือที่มีรายละเอียดมากมาพินิจพิจารณาอีก บ้านกระต่ายน้อยมีอะไรบ้างน้า สัตว์ในป่ามีอะไรบ้างน้อ หนองน้ำที่มีโคลนขุ่นข้นน่าลุยน่าสนุกมีแมลงอะไรสีแดง พ่อแม่ชี้และอ่านเพิ่มเติมได้อีก เขาจะมาชี้เองอ่านเองภายหลัง

กระต่ายน้อยอยากมีเพื่อน จึงพยายามแปลงกายให้เหมือนคนอื่น เนื้อหาจะไปเหมาะกับเด็กวัยประถมที่กำลังฝึกเข้าสังคมเป็นครั้งแรกของชีวิต เขาอยากมีเพื่อน อยากเป็นที่ยอมรับ เขาจะฝึกและหาหนทาง "พัฒนา" ตนเองให้อยู่กับเพื่อนๆจนได้ ไม่แปลงร่างก็ต้องแปลงนิสัย ทำจนได้ อย่าห่วงมาก

เทียบกับตอน3ขวบ ตอนนั้น self-centered เห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง อยากได้ก็แย่ง แย่งไม่ได้ก็ตี ที่ถูกแย่งไปก็กัด กระต่ายน้อยไม่ได้อยากจะมีเพื่อน อยากได้ของเล่นของแกโว้ย!

อ้างอิง :https://www.facebook.com/prasertpp/posts/326415327706968

เอ๊ะเอ๋ เอิงเอย
สำนักพิมพ์คิดส์บวก
 
 
 
เอ๊ะเอ๋ เอิงเอย เรื่อง อัครพล วัฒนสิน ภาพ วิภาวี จันทรวงศ์

เวลาเข้าร้านหนังสือ อย่าลืมว่าหนังสือภาพสำหรับเด็กมิได้เขียนให้คุณอ่าน แต่เขียนให้ลูกเล็กของคุณ "อ่าน" คือดูรูปและฟังเสียงคุณแม่คุณพ่ออ่าน เขาดูรูปฟังเสียงแล้วปิดแก็ป(Gap)ที่เกิดขึ้น
หนังสือทุกเล่มจึงตอบโจทย์เกือบทุกอย่างของลูกคุณ ไม่ใช่คุณ
เด็กเล็ก "ดู" ทุกอย่าง หนังสือเล่มนี้มีฉากหลังเต็มไปด้วยรายละเอียด เราไม่ดู อ่าน2ประโยคแล้วผ่านไป แอ๊ หน้าละแค่2ประโยค แต่ลูกของคุณจะดูทุกอย่าง
หนังสือเล่มนี้เล่นสนุกกับ "ไม่เห็นคือไม่มี" เด็กเล็กมีพัฒนาการสำคัญคือรับรู้ว่าแม่และวัตถุทุกชนิดมีอยู่จริง(object constancy) การเปิดปิดแผ่นพับเล็กๆ เปรียบเหมือนการเล่นจ๊ะเอ๋หรือซ่อนหา นั่นคือเปิดดูแล้วจะรู้ว่าอะไรอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าห่วง

พ่อเราตัวสูง ส่วนแม่ตัวเตี้ย? ก็ต้องเปิดดู

แม่ไว้ผมเปีย พ่อไว้หนวดเครา? ก็เปิดดู

สัตว์ประหลาดในห้องครัว
สำนักพิมพ์คิดส์บวก
 

เสาร์เสียที เฮ้อ

เด็กคือผู้ใหญ่ตัวเล็ก นี่เป็นความคิดที่ครอบงำสังคมยุโรปมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จึงไม่น่าแปลกใจที่นิทานกริมม์หรือนิทานพื้นบ้านจะเต็มไปด้วยความสยดสยอง สยดสยองแล้วจะเป็นไรไปเพราะเด็กคือผู้ใหญ่ตัวเล็ก

ฌอง ฌาค รุสโซ 1712-1778 นักปรัชญาฝรั่งเศสเป็นคนแรกๆที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของเด็ก แต่พอถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม แม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นแต่เด็กคือแรงงานตัวเล็กอยู่ดี วรรณกรรมสำหรับเด็กสามารถซับซ้อนได้โดยไม่ต้องเกรงใจกัน

Randolph Caldecott 1846-1886 นักเขียนหนังสือภาพสำหรับเด็กชาวอังกฤษใช้เทคนิคสื่อความหมายด้วยการเขียนสลับการวาด เมื่อเขียน ไม่วาด เมื่อวาด ไม่เขียน ข่าวสารถูกส่งออกไปอย่างต่อเนื่อง รับลูกส่งลูก และสอดคล้องกลมกลืน คือต้นแบบของวรรณกรรมนิทานประกอบภาพสำหรับเด็ก ซึ่งมิใช่ของหมูๆนะจะบอกให้

ระหว่างที่สมองเด็กต้องสวิทช์ไปมานั้นเอง ช่องว่างจะถูกถมด้วยจินตนาการ ใครที่กังวลว่าเห็นรูปแล้วไม่มีจินตนาการก็ไม่น่ากังวลมากเกินไปนัก

เมื่อเด็กคือผู้ใหญ่ตัวเล็ก เด็กไม่หิวก็จะไม่กิน ก็ผู้ใหญ่ไม่เห็นจะกินตรงเวลาอะไร จะสอนให้เด็กกินก็ยากเย็น ใช้สัตว์ประหลาดหรือแม้กระทั่งผีเป็นเครื่องมือให้เด็กกินก็ได้ ไม่ผิดกติกา

สัตว์ประหลาดในห้องครัว อีกเล่มเนียนๆสวยๆจาก เกวลิน ชุ่มช่างทอง และ นันทพร อัจฉริยะศิลป์

#childrenpicturebook

ขอทำแบบนั้นบ้างได้ไหม
สำนักพิมพ์คิดส์บวก
 
 
 
เสาร์จนได้ เฮ้อ

กิ้งก่าแลบลิ้นได้ แต่หนูห้ามทำ
ลิงทำหน้าทะเล้นได้ แต่หนูต้องยิ้มสวยๆเวลาถ่ายรูป
กระรอกใช้มือหยิบของกินได้ แต่หนูต้องกินอย่างสุภาพให้สมกับเป็นเด็กหญิงมารยาทดี
สลอธนอนทั้งวันได้ แต่หนูต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน

เมื่อน้องชายของหนูเรอ ทุกคนปรบมือชมกันใหญ่ แต่พอหนูทำบ้างหนูก็ถูกดุ!

อันหลังนี่มันน่าโมโหจริงๆ

ชื่อภาษาอังกฤษ I can't do anything ฉันทำอะไรก็ไม่ได้
ชื่อภาษาไทย ขอทำแบบนั้นบ้างได้ไหม

คิดดูก็เห็นจริง ในขณะที่เราคาดหวังลูกให้เก่งสารพัด แต่เราห้ามนั่นนี่มากมายไม่รู้ตัว เฉพาะเรื่องกริยามารยาท เราสั่งเป็นสิบห้ามเป็นร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ เฉพาะที่ยกมาในหนังสือเล่มนี้ก็เกินสิบไปแล้ว

อ่านแล้วขำ ช่างเปรียบเปรย

ดังที่ตั้งข้อสังเกต หนังสือประกอบภาพสำหรับเด็กจากต่างประเทศมักไม่ตั้งธงสอนกันตรงๆ เช่นเล่มนี้อ่านๆไปเหมือนคำบ่นของเด็กๆ แล้วก็จบ ตอนจบคล้ายจะมีอะไรวางไว้ให้ค้นหา 1 ภาพ ลองไปหามาดูเองเถิดว่าอะไร ยอกย้อนทีเดียว

ลำพังคำบ่นมากมายตลอดทั้งเล่ม "ฉันทำอะไรก็ไม่ได้" ชวนให้คิดถึงคำแปลไทย "ขอทำแบบนั้นบ้างได้ไหม" สรุปแล้วได้หรือไม่ได้ก็ชักจะงงละนะ

ชาญฉลาดดี เรื่องและภาพที่ไปคนละทาง ทีมทำหนังสือก็คงจะตั้งใจ ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษและไทยไปคนละทางซ้ำอีก

ภาพประกอบสวยด้วย ชอบลายเส้นตวัดแบบนี้ ฟรุ้งฟริ้งดี
เครดิตตามหน้าปกนะครับ
อ้างอิง : https://www.facebook.com/prasertpp/posts/409045426110624

สำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูที่ต้องการติดตามอ่านบทความดีๆ จากคุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ สามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊คนะคะ
https://www.facebook.com/prasertpp/



สินค้าแนะนำ

ชุด เด็กดีของแม่ สองภาษา Bilingual

โจรสลัดกับลูกสมุนเป็ดยาง

89.-  

บ้านเรามีเงาประหลาด

85.-  

ความลับอร่อยจัง (ปกอ่อน)

95.-   76.-
Save 20%


Contact Us

  บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด
     เลขที่ 1/999 อาคารภูมิสรวล ถนนกำแพงเพชร 6
     แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
  โทรศัพท์ : 0-2575-2559
  e-mail : info@planforkids.com

Subscribe to Our Newsletter

Follow Us