ตะกร้าสินค้า
cancel

My Cart

ยอดรวม

0.00 บาท

ช่วยลูกค้นหาความถนัดและทักษะที่ชอบ

วันที่ : 16/02/2026
remove_red_eye อ่านแล้ว : 1,437 คน
share แชร์
เด็กแต่ละคนมีความชอบและความถนัดไม่เหมือนกัน การเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ชอบนอกจากจะทำให้ลูกมีความสุขแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้ลูกมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ พยายามที่จะฝึกฝนเรียนรู้ เพื่อที่จะสามารถทำสิ่งนั้นออกมาให้ดีได้ ซึ่งคนสำคัญที่จะช่วยลูกค้นหาความถนัดและทักษะที่ชอบได้ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน แต่คือ “คุณพ่อคุณแม่” นั่นเอง

 

คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกค้นหาความถนัดและทักษะที่ชอบได้ ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้

 

1. เปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้โลกกว้างผ่านกิจกรรมต่าง ๆ
กิจกรรมทั้งในบ้านและนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ เล่านิทาน ดูสารคดี ปลูกต้นไม้ ล้างรถ ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ล้วนทำให้ลูกได้พบเจอผู้คน สังคม สิ่งแวดล้อม และเรียนรู้วิถีชีวิตที่หลากหลาย สิ่งเหล่านี้อาจสร้างความประทับใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกจนอยากที่จะเป็นหรือทำตามสิ่งต่าง ๆ ที่พบเจอได้
 
2. สังเกตสิ่งที่ลูกชอบ / ถนัด และช่วยสนับสนุน
เด็ก ๆ อาจมีความชอบและความถนัดตามแต่ละช่วงวัยมากมายหลายอย่าง เมื่อคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็น อย่าลืมสนับสนุนให้ลูกได้มีโอกาสลงมือทำเพื่อให้เขาได้ค้นหาตัวตนและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เช่น ร่วมทำกิจกรรมนั้น ๆ กับลูก หาซื้อหนังสือหรือนิทานเรื่องที่ลูกสนใจมาอ่านด้วยกัน สอบถามความสมัครใจในการพาลูกไปลงเรียนคอร์สต่าง ๆ ที่เขาสนใจ เป็นต้น
 
3. ไม่ตีกรอบและด้อยค่าว่าสิ่งที่ลูกชอบเป็นเรื่องไร้สาระ
แม้ความชอบของลูกอาจไม่ถูกใจคุณพ่อคุณแม่ เช่น ชอบเล่นเกม ชอบเก็บสะสมหนังสือการ์ตูน ชอบเต้น ชอบร้องเพลง ชอบวาดรูป ฯลฯ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ในทางกลับกัน คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดใจ ปรับมุมมองความคิดว่าสิ่งที่ลูกชอบสามารถส่งเสริมทักษะในด้านต่าง ๆ ให้ลูกได้ เช่น ฝึกสมาธิ ฝึกความกล้าแสดงออก ฝึกความอดทน พัฒนาทักษะการสื่อสาร ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น
 
4. ไม่คาดหวังและบังคับให้ลูกทำในสิ่งที่ไม่ชอบ / ไม่ถนัด
กิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่คิดว่าดี เหมาะกับลูก อาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกชอบและถนัดเสมอไป เป็นการดีที่คุณพ่อคุณแม่จะแนะนำและชักชวนให้ลูกได้ลองทำกิจกรรมนั้น ๆ แต่หากลูกไม่ชอบ ไม่สนใจ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรแสดงออกด้วยท่าทีที่ผิดหวัง หรือบังคับให้ลูกทำต่อไป เพราะการฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบ นอกจากจะทำออกมาได้ไม่ดีแล้ว ลูกยังไม่มีความสุขในสิ่งที่ทำอีกด้วย
 
5. ใส่ใจดูแลให้ลูกทำในสิ่งที่ชอบด้วยความพอดีและปลอดภัย
หากคุณพ่อคุณแม่เล็งเห็นว่าสิ่งที่ลูกชอบและกำลังทำอยู่ส่งผลเสียมากกว่าผลดี เป็นอันตรายต่อสุขภาพและทรัพย์สิน เช่น จ้องหน้าจอเป็นเวลานาน จดจ่อกับสิ่งที่ทำจนขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การเรียนแย่ลง ฯลฯ ควรพูดคุยกับลูกด้วยเหตุผล แสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย หาข้อตกลงและทางออกร่วมกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย การใช้อารมณ์ และบังคับให้ลูกหยุดทำโดยไม่อธิบายเหตุผล อาจส่งผลให้ลูกต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง ไม่ทำตาม สัมพันธภาพในครอบครัวก็จะย่ำแย่ลงด้วย