ตะกร้าสินค้า

0 ฿ (0 รายการ)
Planforkids.com หนังสือแบบไหนที่โดนใจ และเหมาะกับวัยของหนู
จิ๊กซอว์
ชุดนิทานกุ๋งกิ๋ง
ชุดนิทานไดโนน้อย
ชุดนิทานตุ๊บปอง
ชุดนิทานที่แนะนำโดยนายแพทย์ประเสริฐ
ชุดนิทานในหลวง รัชกาลที่ ๙
ชุดนิทานป๋องแป๋ง
นิทาน/หนังสือเด็ก
นิทานพร้อมกิจกรรมเสริมทักษะ
บัตรภาพ/Flash Cards
แบบฝึกเสริมทักษะ
สื่อเสริมพัฒนาการ
เสริมทักษะภาษาอังกฤษ
หนังสือ 2 ภาษา จีน-ไทย
หนังสือ 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ
หนังสือ 2 ภาษา อังกฤษ-ไทย
หนังสือ 3 ภาษา ไทย-จีน-อังกฤษ
หนังสือการ์ตูน/วรรณกรรม
หนังสือกิจกรรม/ศิลปะ/ระบายสี
หนังสือคู่มือและความรู้ทั่วไป
หนังสือนิทาน-เพลง-CD/DVD
หนังสือบอร์ดบุ๊ค
หนังสือลอยน้ำ/หนังสือผ้า
หนังสือเล่มใหญ่ Big Book
หนังสือสารคดี/เสริมความรู้


วันที่ : 27/07/2015   อ่าน : 2791

หนังสือแบบไหนที่โดนใจ และเหมาะกับวัยของหนู

 
 
 
 
 
ขวบปีแรก

ลูกน้อยในขวบปีแรกมีพลังในการเรียนรู้ล้นเหลือด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตาดู หูฟัง จมูกรับกลิ่น ลิ้นรับรส และผิวหนังรับการสัมผัส หนังสือจึงเป็นอาหารมื้อสำคัญมากมื้อหนึ่งของวัน เพราะเป็นทั้งอาหารสมองและอาหารใจของลูกน้อยที่มีความสุขกับเสียงที่อ่อนนุ่มของแม่ เสียงที่อ่อนโยนของพ่อ และเกิดความสุขสุดๆ เมื่อเห็นใบหน้าของพ่อแม่ที่มีความสุขอยู่ใกล้ๆ ที่ลูกจะซึมซับรับความสุขนี้ไว้เต็มๆ และจดจำติดใจไปตลอดชีวิต เมื่อลูกเริ่มพูดเป็นคำๆ ได้แล้ว ควรอ่านหนังสือที่ลูกสามารถออกเสียงตามได้ อาจเป็นคำคล้องจองง่ายๆ หรือวลีสั้นๆ ประกอบกับหนังสือที่มีรูปภาพคุ้นตาและเป็นเรื่องราวรอบตัวที่คุ้นเคย เพราะจะดึงดูดความสนใจลูกได้เป็นอย่างดี

 

1-2 ขวบ

เมื่อย่างเข้าสู่วัยนี้ เจ้าตัวเล็กเริ่มเรียนรู้เรื่องเหตุและผล เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อเรื่องกับภาพได้ และเริ่มเข้าใจความหมายที่พ่อแม่พูดจากการสังเกตน้ำเสียง ฉะนั้นจึงมีอารมณ์ร่วมกับนิทานที่พ่อแม่อ่านให้ฟังมากขึ้น จดจำเรื่องราวต่างๆ ได้มากขึ้น จึงต้องอ่านช้าๆ และแบ่งเป็นวรรคสั้นๆ เพื่อให้ลูกจดจำเนื้อหาง่ายๆ ได้ ลูกน้อยวัยนี้เป็นนักสำรวจตัวยง อยากรู้อยากเห็น ชอบทดลองทำนั่นทำนี่ สนใจผู้คนรอบตัว และโปรดปรานสัตว์ทุกชนิด จึงควรหาหนังสือที่มีภาพสัตว์หรือภาพคน มีอักษรตัวโตๆ มาอ่านให้ฟัง ควรเป็นหนังสือที่ทำจากกระดาษแข็งทนทาน เพราะเปิดง่าย ควรปล่อยให้ลูกได้สำรวจหนังสือ และพลิกหน้ากระดาษเอง โดนพ่อแม่แสดงวิธีกาชเปิดหน้าหนังสือที่ถูกต้องให้ดูก่อน ไม่ช้าเจ้าตัวเล็กจะคว้าหนังสือมาพลิกดูซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือไม่ก็ทำท่าอ่านหนังสือให้ตุ๊กตาตัวโปรดฟัง

 

2-3 ขวบ

ช่วงขวบปีนี้ เจ้าตัวเล็กเรียนรู้คำศัพท์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกำลังพัฒนาทักษะการฟัง พ่อแม่จึงควรหาหนังสือที่มีระดับความยากขึ้นมาจากขวบปีก่อนสักเล็กน้อย แต่เด็กวัยนี้ยังมีช่วงความสนใจสั้น จึงอยู่นิ่งๆ ได้เพียงไม่กี่นาที หนังสือจึงต้องมีเนื้อหาที่ไม่ยาวมาก โครงเรื่องไม่ซับซ้อน จำนวนคำน้อยและควรนำเสนอในรูปคำคล้องจอง เพราะเด็กวัยนี้กำลังเริ่มพัฒนาทักษะทางภาษา ผ่านภาษาดนตรีที่มีจังหวะ และมีการย้ำคำซ้ำไปซ้ำมา เนื้อหาควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งรอบตัวและกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ที่ลูกสามารถช่วยเหลือตนเองได้ เช่น การแต่งตัว การแปรงฟัน และการเข้าห้องน้ำ เวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟัง พ่อแม่ควรตั้งคำถามง่ายๆ และพูดเชื่อมโยงภาพหรือเนื้อหาในหนังสือกับสิ่งใกล้ตัวลูก เพื่อลูกจะได้เรียนรู้เรื่องการเชื่อมโยง ความเหมือน ความต่างและพัฒนาทักษะการคิดต่อไป

 
 
 
4-6 ขวบ

ช่วงวัยนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกใบเล็กของเด็กขยายกว้างจากรั้วบ้านออกไปสู่สังคมภายนอก ช่วงวัย 4-6 ปี ยังเป็นวัย “อนุบาล” จึงต้องการการพัฒนาทักษะที่หลากหลายมากขึ้นเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริงแล้ว นอกจากการส่งเสริมประสบการณ์ในบ้านที่พ่อแม่สามารถใช้กิจวัตรประจำวันเป็นช่องทางในการสอนด้วยท่าทีที่ดีผ่านการพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ลูกไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกสอนอยู่ พ่อแม่ยังต้องเตรียมความพร้อมให้ลูกมีทักษะในการช่วยเหลือตนเองมากขึ้น เพื่อจะใช้ชีวิตในสังคมโรงเรียนได้เป็นอย่างดี หนังสือสำหรับลูกวัยนี้ต้องมีรูปเล่มดี ภาพประกอบสวย สีสันสดใส เนื้อหาหรือเรื่องราวต้องทำให้ลูกเกิดอารมณ์ร่วม เพราะกระทบความรู้สึกนึกคิดบางอย่างหรือเชื่อมโยงกับการเรียนรู้รอบๆ ตัว ต้องเขียนด้วยภาษาสละสลวย ไพเราะ คำคล้องจองที่อ่านอย่างมีจังหวะนั้นยังเหมาะสำหรับลูกวัยนี้อยู่มาก ที่สำคัญคือเนื้อเรื่องต้องพิมพ์ด้วยตัวอักษรที่ใหญ่ ชัดเจน ไม่เล่นหัวหรือไร้หาง เพื่อลูกจะได้จำรูปแบบตัวอักษร รูปแบบคำ และรูปแบบประโยคอย่างถูกต้อง

 
 
 
 
  

 ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ อ่านสนุก สนุกอ่าน โดย เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป และกองบรรณาธิการ แปลน ฟอร์ คิดส์ 
 
 
 
 
 

สมรรถนะที่ 4 : ถ้าอาหารถูกปาก ลูกก็กินได้มากใช่ไหม

ศิลปะจากดอกไม้ใบไม้

สมรรถนะที่ 18 : ทำอย่างไรให้ลูกคิดอย่างมีวิจารณญาณ