ตะกร้าสินค้า

0 ฿ (0 รายการ)
Planforkids.com สมรรถนะที่ 10 : เข้ากับคนในบ้านได้ยังไม่พอ ลูกต้องเข้ากับคนอื่นได้และดีด้วย


วันที่ : 18/09/2018   อ่าน : 1345

สมรรถนะที่ 10 : เข้ากับคนในบ้านได้ยังไม่พอ ลูกต้องเข้ากับคนอื่นได้และดีด้วย

 
 
บทกิจกรรมของการพัฒนาการด้านสังคม สมรรถนะที่ 10
สมรรถนะที่ 10 เด็กแสดงความตระหนักรู้ว่าพฤติกรรมมีผลกระทบต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อม

เข้ากับคนในบ้านได้ยังไม่พอ ลูกต้องเข้ากับคนอื่นได้และดีด้วย

พ่อแม่ต้องสอนเรื่องนี้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก เริ่มจากในบ้านที่ต้องสอนให้ลูกเข้ากับพ่อ เข้ากับแม่ และพี่ ๆ น้อง ๆ ให้ได้ ซึ่งพ่อแม่ต้องหาวิธีการที่แยบยลจนลูกไม่รู้ว่ากำลังถูกสอน อย่างการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุก ๆ วัน พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกหัดสังเกตว่าคนในบ้านใครชอบอะไร ไม่ชอบอะไร พี่คนไหนชอบอะไร น้องคนไหนไม่ชอบอะไร และต้องสอนให้ลูกหัดอ่านสีหน้า และท่าทางของพ่อ แม่ พี่ น้องและผู้คนในบ้าน ว่าสีหน้าอย่างนี้ ท่าทางอย่างนั้น ส่งสัญญาณให้ลูกรู้ว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน...กำลังสุข กำลังทุกข์ กำลังสนุกสนาน ขุ่นมัว หรือแจ่มใสเบิกบาน

ต้องบอกลูกเสมอว่า พ่อ แม่ พี่ น้องเป็นอย่างไร อยู่ในอารมณ์ไหน ลูกก็ต้องรัก อย่ารักเฉพาะตอนที่อารมณ์ดี แล้วชังในตอนที่ขุ่นมัว ต้องสอนให้พี่ ๆ น้อง ๆ รักกันอย่างไม่มีเงื่อนไข พี่ต้องรักน้อง ต้องให้น้อง ในขณะเดียวกันน้องเองก็ต้องตอบกลับไม่ใช่รับอย่างเดียว ด้วยการรักพี่ เคารพพี่ และให้พี่เท่าที่จะสามารถทำให้ได้ตามวัย นี่คือพื้นฐานที่ลูกจะได้เรียนรู้นิสัยกันและกันอย่างไม่คาดหวัง จะได้ไม่รู้สึกผิดหวังในกันและกัน และเข้ากันได้ในทุกเรื่อง เพราะมีพื้นฐานความรัก และเข้าใจในกันและกันอย่างดี

เมื่อเรียนรู้จากคนในบ้านได้อย่างดีแล้ว ลูกต้องเรียนรู้ในการเข้ากับคนในสังคม โดยเริ่มจากเพื่อน ๆ ใกล้ ๆ ตัวก่อนเป็นปฐม พ่อแม่ต้องให้โอกาสลูกได้เล่นกับเพื่อนๆ ทั้งเล่นคี่ เล่นคู่ และเล่นเป็นหมู่คณะ แล้วสอนลูกว่าจะเล่นอะไรกับเพื่อนคนใด หรือกลุ่มไหนก็ตาม อย่าเห็นแก่ตัว อย่าเอาของเล่นถือเป็นของตัว ต้องรู้จักผลัดกันเล่น เพื่อจะได้เล่นกับอย่างถ้วนทั่วทุกตัวคน และต้องรู้จักแบ่ง รู้จักปันของเล่น ไม่ละโมบโลภมาก ไม่เห็นแก่ตัว ไม่มักได้ใคร่เอา

ต้องสอนลูกว่า ถ้าลูกรู้จัก "ให้...ให้เป็น" และ "เย็นให้ได้" ลูกจะเข้ากับทุกคนได้อย่างดี

เมื่อลูกขัดแย้งกับเพื่อน ๆ พ่อแม่ต้องปล่อยให้ "เป็นเรื่องของเด็ก" ไม่ควรดึงให้เป็น "เรื่องของผู้ใหญ่" แล้วทุกเรื่องก็จะจบได้โดยมีพ่อแม่เฝ้าดูการแก้ปัญหาของเด็ก ๆ ด้วยกันก่อน โดยไม่ด่วนเข้าไปทำโทษ หรือดุ ด่า ว่า ตี แต่จะสอนให้รู้จักให้อภัยกันและกัน ที่สำคัญ คือ พ่อแม่ไม่ควรตัดสินอะไรโดยที่ไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อย่างเวลาลูกขัดแย้งกับเพื่อน พ่อแม่ควรทำเพียงปลอบใจ และสอนให้รู้จักการให้อภัย โดยไม่ฟังความจากข้างใดข้างหนึ่ง แม้ข้างนั้นจะเป็นลูกของตนก็ตาม เพราะธรรมชาติของคนที่อยู่ในภาวะขัดแย้ง จะมีความอคติอยู่ด้วยอย่างแยกไม่ออก พ่อแม่จึงไม่ควรฟังความจากลูกตัวเพียงข้างเดียว ไม่เช่นนั้นเอียงกะเท่เร่แน่

เรื่องการปรับตัวทางสังคมเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าไม่เตรียมให้ดี ไม่ฝึกฝนและสร้างพื้นฐานให้แน่น วันหนึ่งเมื่อลูกโตไปกลายเป็น "คนที่ไม่เอาสังคม" หรือ "คนที่สังคมไม่เอา" จะร้าวใจไปตลอดชีวิต
 
ขอบคุณภาพจาก flickr
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Facebook “toobpongtoobpong”
ตุ๊บปอง เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
 

โลกสดใสครื้นเครง เมื่อลูกร้องเล่นเพลงไทยไทย

สมรรถนะที่ 9 : ถ้าลูกทำได้อย่างนี้ ก็มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนได้ดีแน่นอน

สมรรถนะที่ 23 : สิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต สร้างการคิดและสติปัญญา