ตะกร้าสินค้า

0 ฿ (0 รายการ)
Menu
หนังสือนิทานแนะนำ จากหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
Home > Parent's Blog


วันที่ : 28/09/2017   อ่าน : 8181

หนังสือนิทานแนะนำ จากหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

 
มีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านสอบถามเข้าว่า หนังสือของแปลน ฟอร์ คิดส์ มีเรื่องอะไรบ้าง ที่คุณหมอประเสริฐแนะนำ เราจึงรวบรวมมาให้ชมกันค่ะ 

 
ฉันชอบรถไฟ
นิทานเพื่อนรัก ปีที่ 15 ฉบับที่ 84 ระดับ 1
  
 
เสาร์อีกแล้ว

ส่งลูกเล็กๆ ไปโรงเรียนอนุบาล เพื่อเตรียมความพร้อม
โรงเรียนและครู มีหน้าที่เตรียมความพร้อม คือ ภารกิจหลัก

เด็กเล็กเห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered) คือปัญหาใหญ่ โรงเรียนและครูที่ได้มาตรฐานจะมีเครื่องมือเตรียมรับมือ มิใช่ปล่อยเด็กซัดกันเองตามยถากรรม


ลูกช้างชอบรถไฟม้ากมาก พูดอยู่คำเดียวว่า "รถไฟ" จะเล่นอยู่อย่างเดียวว่ารถไฟ


พ่อชวนเล่นอะไร ก็รถไฟ รถไฟ รถไฟ


ลูกแมว ลูกนกชวนเล่นเครื่องบิน รถยนต์ ก็รถไฟ รถไฟ รถไฟ


ลูกอะไรมาชวนเล่นอย่างอื่นสารพัด ก็รถไฟ รถไฟ รถไฟ


นี่คือเขียนแบบลูกช้างเป็นศูนย์กลาง


แต่จูดี้ แอ็บบอตและน้านกฮูกไม่ลืมที่จะเขียนให้ลูกอื่นๆ เป็นศูนย์กลางด้วย ทุกคนเห็นตนเองเป็นศูนย์กลางชัด


งานนี้มีเรื่องแน่ๆ !


ปล่อยลูกไปโรงเรียน เพื่อเข้าสังคมทั้งที่เขาไม่พร้อม ควรมีมาตรการรองรับ มิใช่ปล่อยไปซัดกันเองตามยถากรรม หากคิดว่าลูกเราโดนถล่มอยู่ข้างเดียว รอสักนิดก็ไม่สาย
 

เดี๋ยวนี้!
นิทานเพื่อนรัก ปีที่ 15 ฉบับที่ 85 ระดับ 1
 
 
เสาร์อีกแล้ว

เดี๋ยวนี้!

เด็กที่รอไม่ได้นี่วุ่นจริงๆ นะ

เดี๋ยวนี้!

แม้กระทั่ง "เวลา" ก็เป็นวัตถุชนิดหนึ่ง (object) และไม่มีอยู่จริง (not exist) จนกว่าแม่จะมีอยู่จริงและวัตถุอื่นๆ จะมีอยู่จริง (object constancy)

เวลาที่มีอยู่จริงหน่วยแรกคือ เดี๋ยวนี้ (now)

ส่วนวานซืน เมื่อวาน เมื่อเช้า เย็นนี้ พรุ่งนี้ และมะรืนนี้จะตามมาทีหลัง

"เสาร์นี้ไปซื้อหนังสือเล่มใหม่กันน้า" เสาร์ไหน? วันเสาร์คืออะไร? เมื่อไรคือวันเสาร์?

แม้กระทั่งเวลา ก็ต้องการพ่อแม่ที่มีอยู่จริงเป็นจุดอ้างอิง (reference) วันเสาร์เป็นจุดอ้างอิงที่ง่าย เพราะเป็นวันที่พ่อแม่อยู่บ้าน

แต่พ่อแม่ไม่เคยอยู่บ้านแม้กระทั่งวันหยุด ถ้าเช่นนั้น "เสาร์ไหน?!" เวลาก็ไม่มีอยู่จริงเสียที รอไปเถอะ จะกี่เสาร์พ่อแม่ก็ไม่อยู่บ้าน เวลาจึงมีเพียงจุดเดียว "เดี๋ยวนี้!"

มิใช่เด็กๆ ไม่รู้จักรอ แต่เพราะเขารู้จักอยู่จุดเดียว - เดี๋ยวนี้!

แม่ว่าเราจะไปเที่ยวกันวันหยุด

"ไปเดี๋ยวนี้!" อาร์ชี่ว่า

พ่อว่าไม่ใช่ อีก 10 วัน ว่าแล้วพ่อก็ลงมือ "ยืด" เดี๋ยวนี้ยาวออกเป็น "10วัน" ให้อาร์ชี่เห็นกับตา และได้ลงมือนับด้วยตนเองทุกวันอีกด้วย

สนุกมากๆ

Tracy Corderoy เป็นนักเขียนมือรางวัลชาวเวลส์ หนังสือเล่มนี้ใหม่มาก เพิ่งวางแผงที่สกอตแลนด์กลางปี 2016 นี้เอง

น้านกฮูกแปล

แตะต้นไม้วิเศษ!
นิทานเพื่อนรัก ปีที่ 15 ฉบับที่ 86 ระดับ 1 
 

แตะต้นไม้วิเศษ คริสตี แมทเทอสัน

น้านกฮูกอีกที เห็นว่าเล่มสุดท้ายของปีแระ

การละเล่นสำหรับเด็กเล็กๆที่ดีคือมือบีบแล้วได้เลย

เด็กโตอาจจะต้องการการเล่นที่ท้าทายบ้าง แต่สำหรับเด็กเล็กเรายังไม่ได้ให้ต่อจิ๊กซอว์หรือเลโก้ เราอยากได้การเล่นที่นิ้วขยับก็เกิดผลทันตา

เช่น ดินน้ำมัน บีบปุ๊บบุบปั๊บ ฝีมือเราหรือเนี่ย! เก่งอิ๊บอ๋าย

กระดาษ ขยำปุ๊บกรอบแกรบปั๊บ สนุกดี ฉีกปุ๊บแคว่กปั๊บ 555 ชอบๆ

หนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่แบบเดียวกัน น่าชมเชยจริงคิดออกมาได้อย่างไร ฝีมือแท้ๆ

ลองเปิดอ่านกับลูกดู แล้วหลอกลูกแตะ ไม่ยอมแตะก็จับมือแตะ หนังสือมีไว้แตะก็ได้ ไม่ต้องเอาไปกิน

แตะซิ แตะอีกที แตะซ้ำๆ จั๊กกะจี้ได้ด้วย ถู เคาะ เป่าเลย มหัศจรรย์แท้ๆ

เป็นหนังสือที่อะนิเมท (animate) ได้ด้วยตัวเอง คือ อะนิมิสซึ่ม (animism) ดีที่สุดคือเด็กพบว่าตนเองทำได้!

อ้างอิง : https://www.facebook.com/prasertpp/posts/423883884626778

ช้อนน้อย
นิทานเพื่อนรัก ปีที่ 15 ฉบับที่ 142 ระดับ 2
 
 
หนังสืออีกเล่มที่เล่าเรื่องพัฒนาการเห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง self-centered ของเด็กเล็ก และการมองจักรวาลจากมุมเดียว คือ มุมของตัว

ช้อนน้อยไม่มีความสุข มีดน้อยได้หั่น ซ่อมน้อยได้จิ้ม ตะเกียบเป็นของขวัญจากต่างชาติที่เท่มาก

ช้อนน้อยไม่เคยได้ยินเพื่อนๆ พูดถึงตัวเขาเลย เหตุที่ไม่ได้ยินเพราะเพื่อนนั้นไม่มีจริง วัตถุไม่มีจริง ดังนั้นเพื่อนจะพูดอะไร ก็ไม่เข้าใจ เพราะจักรวาลนั้นไม่มีอะไรตั้งแต่แรก
แต่แม่ช้อนเล่านิทานทุกวัน นอนกับเขาทุกคืน วันหนึ่งจักรวาลจึงมีแม่ แม่จึงจะมีจริง เมื่อแม่มีจริง วัตถุจึงจะมีจริง เพื่อนจึงจะมีจริง เขาจึงจะได้ยินที่แม่พูด ที่เพื่อนพูด

ช้อนน้อยได้พุ่งหัวลงไอติมสนุกสนาน ช้อนน้อยได้แกว่งเล่นชนขอบชามดังก๊องแก๊ง ช้อนน้อยได้นอนแช่ชาอุ่นๆ ดีจังเลย

พัฒนาการเด็กจะไปข้างหน้าตามขั้นตอนอยู่แล้ว ไม่มีอะไรน่ากังวลเลย ตราบเท่าที่พ่อช้อนแม่ช้อนมีเวลาให้แก่ช้อนน้อย
 

เด็ก + หุ่นยนต์
นิทานเพื่อนรัก ปีที่ 15 ฉบับที่ 143 ระดับ 2
 

อาทิตย์เช้ามืด

จากงานเขียนของ Ame Dyckman เล่าเรื่องมิตรภาพระหว่างเด็ก 4 ขวบกับหุ่นยนต์ BOY+BOT ได้นุ่มนวลเกินคา

หุ่นยนต์ดูแข็งกระด้าง แต่อะนิเมท animate มีชีวิตขึ้นมาได้เพราะพูดได้ เคลื่อนไหวได้ เดินได้ คือ animism ความสามารถของเด็ก 2-8 ขวบที่มอบชีวิตให้กับสรรพสิ่งได้อย่างง่ายดาย

หนังสือขำๆ เมื่อหุ่นยนต์ปิดสวิทช์ และเด็กชายนอนหลับ ความรัก ความเมตตา ความพยายามที่จะปลุกขึ้นมาใหม่ มีอ่านนิทานด้วย

เทคนิคการเขียนเรื่องแบบล้อกันเป็นเงาในกระจกเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ง่ายและดึงดูดความสนใจเด็กได้ไม่ยาก แทนที่จะใช้คำซ้ำๆ ความซ้ำๆ ดังที่พบเห็นกัน หรือใช้คำคล้องจองเหมือนบทกวีที่มีฉันทลักษณ์

การใช้เรื่องซ้ำแต่สลับบทบาทและภาพซ้ำแต่คนละเรื่องราวก็เป็นบทกวีของงานด้านภาพ ฝีมือ Dan Yaccarino นิทานบางเล่มเราจะพบภาพซ้ำแต่สลับสีอีกด้วย จะเห็นว่าเป็นโลกที่นิ่งแต่สรรพสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เด็กชายต้องใช้แบตเตอรี่รึป่าว?

เขียนระหว่างรอขึ้นเครื่อง

 

ดินสอวิเศษของจี๊ดจ๊าด
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
 
ดินสอวิเศษของจี๊ดจ๊าด

ผลงานทีมนักเขียนไทยอีกเล่มที่เดินไปพบเมื่อสองสัปดาห์ก่อน รูปสวยเตะตา ตัวหนังสือเยอะดี สีท่าจะคุ้ม 555 อ่านไปเรื่อยๆ ใช้ได้เลย

เครดิต บนหน้าปก

ไม่สั่ง ไม่สอน ได้สาระไม่รู้ตัว แม้ว่าจะแอบสรุปนิดหนึ่ง นิดเดียวจริงๆ

คุณปู่ไดโนเสาร์มอบดินสอวิเศษให้แก่หลานจี๊ดจ๊าด จี๊ดจ๊าดชอบวาดรูป แต่วาดยังไงก็ไม่เหมือน ชวนให้อารมณ์เสียอยู่บ่อยๆ ตานี้แหละ ดินสอวิเศษจะทำให้ภาพที่วาดมีชีวิตเสียที

พล็อตเรื่องนี้เป็นสากล มีในนิทานหลายภาษาแต่ครั้งนี้ดัดแปลงและเขียนใหม่ยาวเหยียดอย่างมีชั้นเชิงจนลืมไปเลยว่าเคยผ่านตามาแล้ว รูปและเรื่องก็รับส่งกันอย่างดี

มีคำถามว่าผมเลือกหนังสืออย่างไร คำตอบจะเหมือน Martin Salisbury เขียนไว้ในหน้าคำนำหนังสือ 100 Great Children's Picture Books แหละครับ เราใช้ "Wow Factor" เป็นส่วนใหญ่ คืออ่านไป ใช่เลย แล้วค่อยแยกแยะองค์ประกอบทีหลัง

เพราะหนังสือนิทานประกอบภาพเป็นองค์รวม ความงามที่เกิดขึ้น แยกส่วนมิได้

รูปวาดของเด็กๆ ก็เช่นกัน

อยากวาดรูปให้สวย ต้องดินสอวิเศษซะแล้ว!
 
 

 
มาร์สแมนกับยายเช้า ตอน ปราบมังกรไฟ
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
 
 
เสาร์อีกแล้ว
มาร์สแมนกับยายเช้า

กลับมาที่หนังสือนิทานประกอบภาพดีๆ จากอาจารย์เกริก ยุ้นพันธ์อีกครั้ง เป็นนักเขียนท่านหนึ่งที่ผู้เขียนซื้อให้ลูกอ่านหลายเล่ม เห็นเป็นหยิบ


จุดเด่น คือ ภาพสองมิติแบนราบเหมือนติดอยู่บนแผ่นกระดาษ ไม่มีอะไรนูนออกมาเลยแม้ว่าอาจารย์จะเล่นแสงเงาด้วยหวานลงสีหวานๆ เสมอ


มาเล่มนี้แปลกกว่าหลายเล่ม เหมือนเด็กวาดสีแป๋นๆ เหมาะกับการอ่านให้ลูกเล็กฟัง เนื้อหาออกแนวซูเปอร์ฮีโร่เพลี่ยงพล้ำต้องขอความช่วยเหลือจากคุณยายอีกด้วย


โลกสองมิติเป็นพัฒนาการสำคัญ อยู่ระหว่างหนึ่งมิติเมื่อแรกเกิดจนกระทั่งประมาณ 6 เดือนที่ลูกยังเป็นส่วนหนึ่งของแม่ (autustic & symbiotic)
และยังไม่เป็นสามมิติ ซึ่งจะเป็นเวลาที่เด็กเริ่มมีตัวตนแรกๆ แล้วเห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง (self & self-centered)

มาร์สแมนโผล่มาตรงกลางในโลกสองมิติ แสดงให้เห็นว่าคนเราควรมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น แม้ว่าจะสู้ไม่ได้ก็ตาม
 

เอ๊ะ หางของใคร
สำนักพิมพ์เฮลโลคิดส์
 
เช้าวันเสาร์แล้ว ไปหาหนังสืออ่านดีกว่า

เกริก ยุ้นพันธ์ พบที่ไหนก็ซื้อเถอะครับ สมัยผู้เขียนเลี้ยงลูกเล่มละ 25 บาท ของขวัญจากนางฟ้า เป็นเล่มที่ลูกๆ กำชับนักหนาพ่อห้ามแจกใคร

ภาพของอาจารย์เกริกเป็นสองมิติ เหมือนแปะกระดาษ ลงสีให้ texture แปลกตา หวานๆ ชวนใคร่ครวญ แต่โครงสร้างเป็นสองมิติ ซึ่งดีกับพัฒนาการอวกาศและเวลา (space&time) ของเด็กเล็กมาก


หางของใคร? เล่นกับความต่อเนื่อง จากซ้ายไปขวา ไล่ไปเรื่อยๆ จากส่วนเล็กเป็นทั้งหมด จากหน้าเดียวเป็นทั้งเล่ม โลก (the world) ของเด็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นทุกที


เป็นโลกที่มีแม่และ/หรือพ่อ อ่านนิทานให้ฟัง
 

รอนานหน่อยนะ
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์  
 
บทแทรก : หนังสือนิทานประกอบภาพสำหรับเด็กมักมีเป้าหมายจะเล่าเรื่องอะไรเพื่อตอบสนองความต้องการเรื่องอะไรของเด็ก หรือเพื่อกระตุ้นพัฒนาการเรื่องอะไร เราจึงเห็นหนังสือที่ดีมากๆ อาจจะมีคำเพียงไม่กี่คำเพื่อเป้าหมายนั้น แม้ภาพประกอบจะมากมายสวยงามแต่คุณพ่อคุณแม่ที่งบจำกัดอาจจะห่วงว่าอ่านไม่คุ้ม ไม่กี่หน้าหรือไม่กี่ประโยคก็จบ

เมื่อเป้าหมายอยู่ที่พัฒนาการ มิได้อยู่ที่เนื้อเรื่อง เนื้อเรื่องจะดาร์คบ้างจึงมิใช่เรื่องน่ากังวลดังที่คุณพ่อคุณแม่บางท่านเป็นห่วง ทั้งนี้ยังไม่นับว่าเรื่องน่ากลัวที่มากับงานศิลปะชั้นดีคือวิถีที่ดีที่สุดในการพาลูกของเราเผชิญโลก

เล่มนี้ดีมาก เล่าเรื่องสัตว์ต่างๆ ไปนั่งรอคุณหมอซึ่งอยู่หลังบานประตูนั้น ทำอะไรกันนะ เข้าไปทีละคนๆ ใกล้เราเข้ามาแล้ว ถึงตาเราแล้วล่ะสิ!

เราจะเห็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับ ชีวิต (animism) ตนเอง (egocentric) สถานที่และเวลา (space&time) เห็นพัฒนาการเรื่องจำนวนนับและการจัดลำดับ (number& order) รวมทั้งเห็นกระบวนการที่ย้อนกลับได้ (reversibility) เยี่ยมมาก

เขียนเช่นนี้ก็มิได้หมายความว่าเราจะสอนเลขหรือการเรียงลำดับ นั่นเป็นเรื่องขี้ผง แนวคิดเรื่อง space & time, number & order, reversible & irreversible เหล่านี้เป็นฐาน ฐานของอะไร ฐานของวิธีคิดในระดับสูงในอนาคต เตรียมความพร้อมคือการปูฐาน ฐานที่เรียบ และแน่น อย่างทั่วถึง จะเล่าอย่างละเอียดต่อไปใน "วิธีเลี้ยงลูกให้ได้ดี"

รูปสวย คำไพเราะ สั้น ราคาสูง กวาดรางวัลเพียบ
 
---------------------------------------------------
เผยแพร่ซ้ำ : เล่มนี้กวาดรางวัลเป็นว่าเล่น ออกจะดาร์ค แต่เมื่อมากับงานศิลปะที่ดี ภาพสวย ลงสีสวย เล่าเรื่องน่าสนใจ ไม่มีอะไรน่ากลัว

ใครต่อใครไปนั่งรอ รอนานหน่อยนะ เข้าไปทีละคน เข้าไปทีละคน ออกมาทีละคน ออกมาทีละคน ทำอะไรกันนะ ดีมาก

ได้ทั้ง animism, number, order, reversible ชอบมาก
 

ความลับอร่อยจัง
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์  
 

ความลับ...อร่อยจัง โดย อิริค บาตู และ น้านกฮูก อีกเล่ม

ยังมีท่านที่ไม่เข้าใจว่าหนังสือจะเป็นโลกได้อย่างไร


ดู 4 หน้าคู่แรกของหนังสือเล่มนี้ ปล่อยกระดาษขาวไว้เต็มหน้า ตัวหนังสือประโยคเดียวซ้ายมือ รูปหนูตัวนิดเดียวขวามือ จะเห็นว่าเปลืองมาก คำถามง่ายๆ คือ ตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดจบในกระดาษใบเดียวก็ได้ ทำไมไม่ทำ


แต่กระดาษขาวคือโลก หรือ the world ลูกของเรา คือ "หนู" เขาจะเห็นตนเองเป็นศูนย์กลางคือ self- centered แล้วสวมรอยบทบาทของหนู ตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับโลก


เล่มนี้ดี ไม่เพียงตัวเล็กแต่อยู่ด้านล่างของหน้ากระดาษคือของโลก ต่ำมาก นึกภาพเขานอนมองแม่เปิดหน้ากระดาษให้เขาดู เขาเงยหน้ามอง ตนเองเล็กมาก เท่าหนู ในโลกที่ใหญ่มาก


จากจุดนี้เขาจะค่อยๆ พัฒนาการ โดยมีแม่เป็นขุนเขาในโลกกว้างใหญ่ ที่สูงขึ้นไป เขาจะเติบโตขึ้นทุกขณะ ทุกคืนที่แม่อ่าน เหมือนอะไรนะ?


เหมือนความลับที่หนูน้อยกุมไว้นั่นงัย อยากรู้ก็ต้องหาอ่านเองซะแล้ว


ว้าว... น่ากินจัง
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์  
 
 
ว้าว น่ากินจัง ของ เอริก บาตู และน้านกฮูก

อยากชี้ให้ดูหน้าแรกๆ เขียนบรรทัดเดียวต่อหน้า รูปเล็กนิดเดียวด้านล่าง ปล่อยกระดาษขาวไว้กว้างๆ เป็นแบบนี้หลายหน้า โอย เปลืองกระดาษ


แต่ว่ากระดาษขาว 1 หน้า คือ โลก หรือ world ของเด็กๆ ของลูกของเรา ทั้งหมดที่เห็นคือโลก คืออวกาศ

หนูเรียกเพื่อนมาทีละตัว มาช่วยกันกระโดดขึ้นลงให้เปลือกถั่วแตก คำพูดซ้ำๆ สำนวนซ้ำๆ สัตว์ตัวใหญ่มากขึ้นๆ ทุกทีที่เดินออกมา โลกกว้างใหญ่สีขาวแคบลงทุกทีๆ สุดท้าย โลก หรือ world ขยายขึ้นตามแนวตั้ง

เปลือกถั่วจะแตกหรือไม่ ไปหาอ่านกัน ถึงตอนท้าย สัตว์ต่อแถวไปทางด้านยาว บัดนี้ โลก หรือ world ขยายออกไปตามแนวราบ

ในที่สุด อวกาศมีสองมิติแล้ว

ยังไม่นับเรื่องการจัดอันดับ ordering สัตว์ที่ตัวใหญ่ขึ้นทุกทีตามลำดับ เรียงแถวตามลำดับทั้งแนวตั้งและแนวนอน คำพูดและสำนวนซ้ำๆ ที่ขยายยืดยาวออกไปทีละหน้าๆ

เหล่านี้คือพัฒนาการด้านการรับรู้ของเด็กเล็ก cognition ซึ่งดีกว่าเนื้อเรื่องอีก

อ้างอิง : https://www.facebook.com/prasertpp/posts/307757136239454

แม่ไก่แฮตตี้
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์  
 
 
แม่ไก่แฮตตี้ เขียนโดย Emma Levey น้านกฮูกแปล

เรื่องนี้ผจญภัยมัน จบสนุก แต่จะชวนดูเรื่อง Form และผลของ Form ที่มีต่อพัฒนาการ

Form เป็นคำกว้างๆ หมายถึง กระบวนการเล่าเรื่อง หากเป็นหนังก็จะแล้วแต่ผู้กำกับ จะจับภาพอะไร จากมุมไหน เนิ่นนานเท่าไร หรือตัดภาพฉับไว หนังสือภาพสำหรับเด็กก็จะมีผู้กำกับเช่นกัน ส่วนใหญ่มักเป็นนักเขียนรูปที่ทำหน้าที่นี้ อยากจะเล่าเรื่องแม่ไก่แฮตตี้ตามหาไข่อย่างไร

หนังสือเล่มนี้มีหลายรูปแทนสายตาแม่ไก่ เป็นภาพพาโนรามาแสดงทิวทัศน์ยิ่งใหญ่ แต่ก็มีบางภาพแทนสายตาลูกของเราซึ่งกำลัง "อ่าน" ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเช่นนี้ เด็กๆ กำลังพัฒนาแนวคิดเรื่อง อวกาศ คือ space แม่ไก่อยู่ตรงไหนกันแน่ คือ placement & displacement

บางช่วง หนังสือใช้หน้าคู่ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการแสดงให้เห็นตำแหน่งของแม่ไก่แฮตตี้ที่เปลี่ยนไป จากเมืองสู่ป่า จากป่าสู่เขา จากเขาสู่ทะเล ภาพเหล่านี้แทนสายตาของลูกเราซึ่งนอน "นิ่ง" อยู่กับที่ในห้องนอน ดังนั้นตัวที่เปลี่ยนไปจริงๆ กลับเป็น เวลา คือ time นักเขียนทำให้ชัดยิ่งขึ้นด้วยภาพฤดูกาลที่เคลื่อนคล้อยไป


โอย เหน่ย แล้วแม่ไก่จะพบไข่มั้ยเนี่ย?
 

จิ้งหรีดใจดี
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์  
 
 
จิ้งหรีดใจดี โดย มนฤดี ทองกลอย ภาพ รติมัย หงส์วิสุทธิกุล เป็นนิทานกาพย์ยานี ๑๑ เขียนคำได้ไพเราะ รูปประกอบและการลงสีสวยงาม เป็นสองภาษา ส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษมิใช่คำกลอน สนุก ดี มีสาระ


ข้อน่าสังเกต คือ ตัวละครเป็นผู้ชาย คือแมลงเพศผู้ ดูรูปอาจจะไม่ทันสังเกต ภาษาไทยมิได้บอก แต่ภาษาอังกฤษระบุว่าเป็นชาย ผู้ชายเลี้ยงลูก น่ารักมาก แม้ว่าจะเลี้ยงไม่ค่อยไหวก็ตาม

เนื้อหาแสดงให้เห็นว่าการทำความดีหรือการธำรงจริยธรรมมีราคาที่ต้องจ่าย หากแปลจริยธรรมง่ายๆ ว่าการช่วยเหลือผู้อื่น จริยธรรมมีราคาต้องจ่ายแน่ๆ ตรงนี้ดีกว่านิทานสอนทำความดีทั่วไปที่ชอบทำให้ความดีอยู่โดด แต่ความดีไม่เคยอยู่โดดๆ

อยากเห็นนิทานไทยที่ไม่พยายามสอนอะไรในตอนท้าย ไม่แนะนำอะไร ไม่พูดอะไร จบเป็นจบ เทียบกับนิทานต่างประเทศเรามีท่าทีสั่งสอนมากกว่ามาก น่าจะลองไม่สอนบ้าง นิทานสนุกก็พอเท่านั้น ปล่อยเด็กๆ แม้กระทั่งพ่อแม่คิดเอาเอง

เล่มนี้คุณภาพการผลิตทั้งคนวาดคนเขียนคนเขียนคำกลอนฝีมือดีหมดเลย เชียร์ให้ไม่สอนสั่ง ไม่แนะนำ ผลงานพิสูจน์ตัวชัดอยู่แล้ว ปล่อยไป


ใบยอ นักคิดสร้างสรรค์
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์  
 

ใบยอ นักคิดสร้างสรรค์ เรื่อง จันทรา พีระขจร ภาพ เปรมา จาตุกัญญาประทีป

เนื้อเรื่องดี คำเพราะ ภาพสวย น่ารัก

เล่าเรื่องใบยอ ช้างน้อย เอาเศษวัสดุสะอาดมาเล่นกับเพื่อนๆ


นึกภาพเด็กเล็กอ่าน แม่อ่านให้ฟัง
เขาเอาตัวเป็นศูนย์กลาง คือ egocentric
เขาสวมรอยใบยอ คือ identify
ใช้ใบยอสำรวจโลก the world
ใบยอไปพบขยะสะอาด จึงเอามาเล่นกับเพื่อนๆ

ความจำเรื่องใบยอนี้จะเก็บไว้ที่ใดที่หนึ่ง ไม่รู้ที่ไหน

หากไปสอบสัมภาษณ์เข้าโรงเรียนอนุบาล
"พบขยะ จะเอาไปไหน"
"เอาไปเล่น" ลูกของเราอาจจะตอบเช่นนี้
คำเตือน ไม่ควรอ่านก่อนสอบเข้า

ภาพแรก น่ารัก ใบยอเล่นกับพื้น อุปกรณ์ครบครัน
ภาพสุดท้าย ดีมาก ใบยอและเพื่อนสร้างเมืองด้วยเศษวัสดุสะอาด เหลือใช้ ไม่ต้องซื้อของเล่นราคาแพง

อ้างอิง : https://www.facebook.com/prasertpp/posts/286361255045709

เสียงร้องของใครนะ
สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์
 

เสียงร้องของใครนะ
จอนนี แลมเบิร์ตและน้านกฮูก

"เสียงร้องโหยหวนชวนขนลุก"

"สุดสยอง"

"น่าสะพรึงกลัว
แล้วสัตว์ประหลาดจะกินสัตว์เด็กมั้ยฮะ"

"พวกเราจะถูกถอนขนถูกสับและเอาไปผัดรวมกัน แล้วทำเป็นไส้ขนมพาย"

555 สงสัยหลายคนจะไม่ยอมซื้อ

เริ่มต้นด้วยหนูตัวหนึ่งวิ่งผ่านป่ามืดมิด มีเสียง อ่าา อู๊วว ดังก้องไปทั่วบริเวณ

สัตว์ต่างๆหนีเสียงสุดสยองขึ้นมาอยู่บนต้นไม้ เสียงร้องของสัตว์ต่างชนิดแตกต่างกันไป

พ่อแม่ที่ผันวรรณยุกต์ไม่คล่องท่าจะลำบาก 555

สมัยผมอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ผมไม่เคยสนใจอายุหรือประเภทเลย คว้าอะไรได้ก็อ่าน และหากพบถ้อยคำหรือเนื้อเรื่องที่น่า "สยองขวัญ" ค่อยแก้ไขเอาเดี๋ยวนั้น

บางครั้งลดทอนคำลง บางครั้งเปลี่ยนเอาเอง และบางครั้งทำให้ตลกไปเลยก็มี

เรามันเทพอยู่แล้ว เด็กหลอกง่าย
 
เด็กๆไม่เคยกลัวหนังสือเล่มไหน คว้าหนังสือเดินไปมา ดูรูปบ้าง อ่านเองบ้าง คืนหนึ่งเมื่อเขาโตขึ้น เราง่วงจนหมดสภาพ ก็จะเผลออ่านไปตามที่เป็นจริง อย่างมากพวกเขาก็งงๆ แต่ถ้าเขายังเล็กอยู่ เขาจะโวยวายเอง "ป๊า! อ่านดีๆสิ!"

หากเราอยู่ด้วย ไม่ไปไหน ธรรมชาติจะจัดการเขาเองเสมอ มากไป น้อยไป สายกลาง เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

หนังสือเป็นแค่เครื่องมือ

ที่สำคัญคือ "เราตัวเป็นๆ"

เล่มนี้ภาพสวยบนพื้นสีดำสนิทมืดมิด

ตอนจบก็เฉลยหักมุมและน่ารักมาก ใครกันที่เป็นเจ้าของเสียง อ่าาาาาาา อู๊วววววววววว

ไม่สปอยล์ๆ

#childrenpicturebooks
 

ตุ๊กตาแห่งความทรงจำ
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
 
 
ตุ๊กตาแห่งความทรงจำ
เรื่อง ณิชา พีชวณิชย์ ภาพ ลลนา มนัสสิริเกียรติ

เลือกเล่มนี้เพราะงานภาพและการลงสีมากกว่าอย่างอื่น ให้ความรู้สึกอบอุ่นดี ตุ๊กตาจากเศษผ้าดูเก่าจริง

เล่าเรื่องข้าวฟ่างยากจนไม่มีเงินซื้อตุ๊กตาใหม่ๆ แม่จึงเอาเศษผ้าเก่ามาตัดเย็บเป็นตุ๊กตาให้ เศษผ้าแต่ละชิ้นมีที่มา ชิ้นไหนมาจากไหนวันไหน แม้ว่าออกจะหวานและจงใจไปหน่อย แต่เนื้อหาที่ส่งออกมาเป็นเรื่องที่ดี

ตุ๊กตาเป็น imaginary companion นี่เป็นเรื่องพื้นฐาน เหมือนผ้าห่ม หมอน หรือขวดนมเก่าๆ อย่าเอาของเด็กไปทิ้งโดยไม่บอก อย่าพรากออกจากเด็กอย่างฉับพลัน เพราะในวัตถุเหล่านี้คือ object มีแม่คือ mother อยู่ภายใน ต่อให้เก่าอย่างไรก็มีความหมายในใจเด็ก

เพราะเด็กบางคนไม่แยกตัวเองคือ separate จากแม่เมื่อถึงเวลา เพราะแม่หายจากสายตาคือไม่มี not exist ดังนั้นจึงถ่ายโอนแม่มาเก็บไว้ในตุ๊กตาแล้วเอาไป รร หรือนอนด้วย เป็นขั้นตอนพัฒนาการปกติ

พ่อแม่ควรรู้ ครูหรือพี่เลี้ยงเนิสเซอรี่ควรรู้ ไม่พรากของรักเขาไปอย่างโหดร้าย เพราะจะเท่ากับพรากแม่พรากลูกยามที่เขายังไม่พร้อมกันเลยทีเดียว เกิดแผลฉีกขาดในใจเปล่าๆ ส่งเขาไป รร โดยไม่พร้อมบาดแผลก็เหวอะหวะพอแล้ว

ก่อนสามขวบ เรื่องความรักของแม่ ยังไม่ใช่เวลาฝึกความเข้มแข็ง ให้ไปเถอะ

แพะสามตัว
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
แพะสามตัว อีกที

แพะสามตัว ของ วีระศักดิ์ จิรกุลชัยวงศ์ สีสวย ลายเส้นออกแนวคอมิกส์น่ารัก นึกว่าของอิมพอร์ต สวยมาก ลดความโหดลงไปเยอะ

นิทานพื้นบ้านเรื่องนี้คือ The Three Billy Goats Gruff ของนอรเวย์ ขึ้นชื่อว่านิทานพื้นบ้าน เทพนิยาย หรือเทวตำนาน กล่าวคือเป็นเรื่องเล่าของชาวบ้าน พระราชา หรือปวงเทพ อย่างไรก็ไม่พ้น ปมอิดิปัส (Oedipal complex) นั่นคือลูกชายมีความปรารถนาจะสังหารบิดาเพื่อแย่งมารดามาเป็นของตน เพราะเป็นปมอิดิปัส มันจึงเป็นนิทานที่คงกระพันที่สุด เล่าแล้วเล่าอีก เล่ากี่ร้อยรุ่นก็ชอบ เหตุที่ชอบเพราะมันกระทบจิตใต้สำนึกของคนทุกคน

ลายเส้นและการลงสีเทียนใน แพะสามตัว ฉบับของ มาร์เซีย บราวน์ จะดูถึงพริกถึงขิงมากกว่า"ข้าจะแทงลูกตาแกจนถึงรูหู ใครอยากดูบ้าง" ถามจริง ตอนอ่านให้ลูกน้อยฟังไม่สงสัยหรือว่าทำไมลูกชอบนัก "ข้าจะบดตัวแกให้แหลกกระดูกป่น จนกลายเป็นดิน" ที่แท้ยักษ์ใต้สะพานคือบิดาที่ลูกต้องการสังหาร

นิทานเรื่องนี้ซับซ้อนลงไปถึงการแก่งแย่งชิงดีระหว่างพี่น้องด้วย(sibling rivalry) บางส่วนของปมอิดิปัสสามารถถ่ายทอดจากพ่อมาสู่พี่ที่ใหญ่โตกว่า แข็งแรงกว่า และดุกว่า แพะน้องเล็กต้องการยืมมือยักษ์ให้สังหารพี่กลาง "พี่กลางอ้วนกว่า กินพี่เหอะ" พี่กลางต้องการยืมมือยักษ์ให้สังหารพี่ใหญ่ "พี่ใหญ่เนื้อเยอะ อิ่มอร่อยแน่ๆ" แต่ละตัวหวังดีต่อพี่ทั้งนั้นในความเป็นจริงพี่ใหญ่คือตัวแรกที่ต้องเผชิญอสูรที่เรียกว่าพ่อ เขาปราถนาจะทำหน้าที่นี้อยู่ก่อนแล้ว ดูภาพร่างยักษ์ขาดกระจุย มือขาดขาขาด นิทานเด็กเล็กนะเนี่ย! ไม่สงสัยบ้างหรือว่าแพะสามพี่น้องชื่อเหมือนกัน ใครก็ได้ที่ครองบัลลังก์ (บางเวอร์ชั่นไปเติมชื่อแพะสามพี่น้องเป็นคนละชื่อ บรรพบุรุษนอรเวย์รู้เข้าโกรธตาย)

ทั้งหมดที่เขียนมาเป็นความจริง - Sigmund Freud

สมบัติหรรษาของวัวสี่เหลี่ยม
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
 
รัตนา คชนาถ ,ลลนา มนัสสิริเกียรติ และอนุสรณ์ สงวนศิริมงคล สนุกอีกแล้ว

สมบัติหรรษาของวัวสี่เหลี่ยม
ในแง่พัฒนาการ เหมาะมากกับเด็กเล็กในโลกสองมิติ ดีมาก วัวสี่เหลี่ยมแบนแต๊ดแต๋ ลงสีสวยโด้ย

ในแง่เชาวน์ปัญญา คำถามอะไรเอ่ย เป็นเครื่องมือเล่นกับลูกที่ดี ใช้เล่นหรือแกล้งลูกได้นาน

ในแง่การอ่าน "เอ่อ แล้วหรรษาตรงไหนล่ะพ่อ" คำพูดนี้ผมนึกวิธีแกล้งลูกได้สารพัด เสียดาย พวกเขาโตแล้ว ทำไมไม่เขียนออกมาเมื่อ20ปีก่อน!

ในแง่ไคลแม็กซ์ มีหักมุม ฉลาดขนาดพ่อยังคิดไม่ถึง 555

ปกแข็ง เล่มเท่าฝ่ามือ 98บาท เย็นวันเสาร์ ออกไปหาซื้อเลย ทีมเขียนชาญฉลาดมาก

บ้านเรามีเงาประหลาด
สำนักพิมพ์ห้องเรียน
 
หนังสือภาพสำหรับเด็กทุกเล่ม ส่งข่าวสาร2อย่างพร้อมๆ กันให้แก่ลูกของเราเสมอ

อย่างที่หนึ่งคือเนื้อหา เนื้อหาที่เขียนกันบ่อยที่สุดคือเรื่อง "เติบโตพ้นไปจากอกแม่" จะเขียนยังงัยก็ไม่พ้นธีม (theme) นี้ อีกเนื้อหาหนึ่งที่พบไม่น้อยคือเรื่อง "ไม่กลัวที่จะไปต่อไป" จะเขียนยังงัยก็ไม่พ้นธีมนี้ ที่จริงแล้วสองธีมนี้ก็เรื่องเดียวกัน คือเป็น coming of age ของเด็กเล็ก

อย่างที่สองคือวิธีเล่า วิธีเล่ามักตอบสนองหรือกระตุ้นพัฒนาการตามช่วงวัย คือพัฒนาการทางสมองและจิตใจ เรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ อวกาศและเวลา (space&time) อวกาศและเวลามิใช่ของง่ายๆ เด็กโตคนหนึ่งสามารถสร้างจินตภาพของสถานที่หรือการจัดวางวัตถุได้เก่งกว่ามักเรียนหนังสือดีกว่า คือ spatial relation วัยรุ่นคนหนึ่งที่สามารถสร้างจินตภาพของเวลาในอนาคตได้ดีกว่ามักเลือกทางชีวิตได้ดีกว่า เรื่องเวลาจะยากที่สุด แต่ที่จริงแล้วอวกาศและเวลาคืออย่างเดียวกัน

บ้านเรามีเงาประหลาด โดย พัชรี มีสุคนธ์ และ วินิจ ยีสมัน เล่าเรื่อง ความกลัว และ อวกาศ เอาชนะความกลัวเพื่อเดินห่างออกไปจากแม่ ไปข้างหน้าที่ซึ่งมีเงาในอวกาศ ภาพสวย ลายเส้นยอด ลงสีเยี่ยม ความเรียงเพราะ มีสเปเชียลเอ๊ฟเฟ็กต์โด้ย
 
 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูที่ต้องการติดตามอ่านบทความดีๆ จากคุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ สามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊คนะคะ
https://www.facebook.com/prasertpp/
 
 
 
Recommend
 



รวมหนังสือนิทานที่คุณหมอแนะนำประเสริฐแนะนำ 8 เรื่อง
ชุดนิทานเพื่อนรัก ปีที่ 15 ระดับ 1
ชุดนิทานเพื่อนรัก ปีที่ 15 ระดับ 2 ช้อนน้อย, เสียงร้องของใครนะ, เด็ก + หุ่นยนต์



   



มาร์สแมนกับยายเช้า ตอน ปราบมังกรไฟ
 เอ๊ะ! หางของใคร
รอนานหน่อยนะ



   



 ว้าว... น่ากินจัง
 ความลับ... อร่อยจัง
แม่ไก่แฮตตี้



   



 เสียงร้องของใครนะจิ้งหรีดใจดี
ใบยอนักคิดสร้างสรรค์



   


 
ตุ๊กตาแห่งความทรงจำสมบัติหรรษาของวัวสี่เหลี่ยมแพะสามตัว
*สินค้าหมด *สินค้าหมด
*สินค้าหมด



   
   
 ดินสอวิเศษของจี๊ดจ๊าด
  

  
 
 
 
 
 

นพลักษณ์... คน 9 แบบ

จะดีแค่ไหนหากพ่อแม่รู้จักรักลูกให้ถูกลักษณ์

เดือนพิเศษกับกิจกรรมพิเศษสำหรับคุณครูและคุณพ่อคุณแม่
 

Contact Us

  บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด
     เลขที่ 1/999 อาคารภูมิสรวล ถนนกำแพงเพชร 6
     แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
  โทรศัพท์ : 0-2575-2559
  e-mail : info@planforkids.com

Subscribe to Our Newsletter

Follow Us