ตะกร้าสินค้า

0 ฿ (0 รายการ)
9 ทักษะพื้นฐาน EF - Executive Functions (ตอนที่ 2)
จิ๊กซอว์
ชุดนิทานกุ๋งกิ๋ง
ชุดนิทานไดโนน้อย
ชุดนิทานตุ๊บปอง
ชุดนิทานที่แนะนำโดยนายแพทย์ประเสริฐ
ชุดนิทานในหลวง รัชกาลที่ ๙
ชุดนิทานป๋องแป๋ง
นิทาน/หนังสือเด็ก
นิทานพร้อมกิจกรรมเสริมทักษะ
บัตรภาพ/Flash Cards
แบบฝึกเสริมทักษะ
สื่อเสริมพัฒนาการ
เสริมทักษะภาษาอังกฤษ
หนังสือ 2 ภาษา จีน-ไทย
หนังสือ 2 ภาษา จีน-อังกฤษ
หนังสือ 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ
หนังสือ 2 ภาษา อังกฤษ-ไทย
หนังสือ 3 ภาษา ไทย-จีน-อังกฤษ
หนังสือการ์ตูน/วรรณกรรม
หนังสือกิจกรรม/ศิลปะ/ระบายสี
หนังสือคู่มือและความรู้ทั่วไป
หนังสือนิทาน-เพลง-CD/DVD
หนังสือบอร์ดบุ๊ค
หนังสือลอยน้ำ/หนังสือผ้า
หนังสือสารคดี/เสริมความรู้
Home > Parent's Blog


วันที่ : 17/10/2018   อ่าน : 277

9 ทักษะพื้นฐาน EF - Executive Functions (ตอนที่ 2)



โลกในวันข้างหน้าเก่งอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของความอยู่รอด เด็กที่จะมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จได้ต้องเป็นผู้ที่มี "EF" ดี คือ คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น และมีความสุขเป็น

มนุษย์เราไม่ได้เกิดมาพร้อมทักษะ EF แต่เราเกิดมาพร้อมศักยภาพที่จะพัฒนาทักษะเหล่านี้ได้ ผ่านการฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การวิจัยจำนวนไม่น้อย ชี้ให้เห็นว่า EF เริ่มพัฒนาขึ้นในเวลาไม่นานหลังปฏิสนธิ โดยช่วงวัย 3-6 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะ EF ด้านต่างๆ ให้กับเด็ก เพราะเป็นช่วงที่สมองส่วนหน้าพัฒนามากที่สุด

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ EF = Executive Functions การทำงานของสมองส่วนหน้า ทำหน้าที่เกี่ยวกับทักษะการคิดเพื่อให้ชีวิตสำเร็จ ซึ่งประกอบด้วยทักษะ 9 ด้าน ที่เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญเพื่อความสำเร็จในชีวิตลูกกันค่ะ
 
1. ความจำที่นำมาใช้งาน (Working Memory)
คือ ความสามารถของเด็กในการบันทึกข้อมูลหรือสิ่งที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้มาไว้ในสมอง เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมที่ตนเองมี และนำมาใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสมได้ เช่น จดจำได้ว่าคุณพ่อคุณแม่สั่งอะไรไว้และทำตามคำสั่งได้
• ควรฝึกเด็กด้วยการตั้งคำถามดีๆ จะยิ่งทำให้เด็กสามารถดึงความจำออกมาใช้งานได้
• ชวนเล่นหาของ ร้องเพลง ทำท่าตามหรือลองให้ลูกพูดทวนเพื่อฝึกความจำ และสนับสนุนให้ลูกถามถ้าจำไม่ได้

• สนับสนุนให้ลูกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ละวัน หรือเล่านิทานจากความจำให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง
• ช่วยสรุปให้ลูกว่า สิ่งที่จะให้ทำมีกี่อย่าง เพื่อให้จำง่ายขึ้น เช่น “พ่ออยากให้หนูช่วยสามเรื่อง หนึ่ง-เก็บของ สอง-กวาดบ้าน สาม-เอาขยะไปทิ้ง” เทคนิคนี้ใช้กับสถานการณ์อื่นได้ด้วย เช่น เวลาไปซื้อของ
 
 
 
2. การยั้งคิด ไตร่ตรอง (Inhibitory Control)
คือ ความสามารถของเด็ก ๆ ในการในการควบคุมและยับยั้งตนเอง ให้จดจ่อกับสิ่งที่สำคัญและจำเป็น ยอมทำสิ่งที่ไม่ชอบแต่จำเป็นได้ และยอมถอนตัวออกจากสิ่งที่ชอบเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นได้ เช่น ยับยั้งตนเองไม่ให้กินไอศกรีม เพราะรู้ว่าตนเองเป็นหวัด, ทนต่อสิ่งเร้าที่เข้ามาขัดจังหวะ ไม่วอกแวกจากเป้าหมายที่วางไว้ เช่น อยากได้ของเล่น แต่ที่บ้านมีอยู่แล้ว
• ควรฝึกให้เด็กยับยั้งตัวเองให้ได้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น นับ 1-10 ในใจ, สูดหายใจลึกๆ
 
 
 
3. การยืดหยุ่นทางความคิด (Shift/Cognitive Flexibility)
คือ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนความคิด ยืดหยุ่น ปรับตัวไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และยังรวมถึงการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย เมื่อพบเจอกับสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ก็สามารถทำใจยอมรับได้ เช่น พ่อนัดกับลูกไว้ว่าวันนี้จะไปปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะ แต่ฝนตก ทำให้ไม่สามารถไปได้ ลูกก็ทำใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น และ และสามารถคิดวิธีการแก้ปัญหาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ หรือ ปั่นจักรยานแล้วเจอแอ่งน้ำ ก็สามารถคิดวิธีแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่เจอได้
• ควรฝึกให้เด็กได้ใช้ความคิดอย่างอิสระ
 
 
 
4. การควบคุมอารมณ์ (Emotional Control)
คือ ความสามารถของเด็ก ในการรับรู้ บอกอารมณ์ของตนเอง รวมถึงควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ให้ออกมาอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น เมื่อลูกโดนน้องแย่งของเล่น ก็รู้ว่าตนเองโกรธ โมโห แต่ไม่ตีหรือทำร้ายน้อง (สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้)
เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการกอด ลูบหลัง และคำพูดที่ดี
 
 
 
5. จดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention)
คือ ความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ ไม่วอกแวกไปตามสิ่งเร้าที่เข้ามา จดจ่อกับการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งได้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง เช่น ตั้งใจทำการบ้านจนเสร็จ แม้จะมีใครชวนไปเล่นก็ไม่ไป หรือ จดจ่อกับการทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายจนเสร็จ ไม่ลุกไปทำสิ่งอื่นที่ไม่จำเป็น
• อาจจะฝึกให้เด็กจดจ่อใส่ใจกับสิ่งที่ทำอยู่โดยกำกับเวลา
 
 
 
6. ติตตาม ประเมินตนเอง (Self-Monitoring)
คือ ความสามารถในการทบทวนตนเอง หรือสิ่งที่ตนเองทำ รู้ข้อดี ข้อด้อยของตนเอง และปรับปรุงข้อดีข้อด้อยนั้น ๆ สามารถประเมินผลงาน การบ้าน หรือสิ่งที่ตนเองทำ ว่าควรปรับปรุงแก้ไขที่ใด เช่น ลูกได้รับหน้าที่ให้รดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน เมื่อทำเสร็จแล้วก็สามารถบอกพ่อแม่ได้ว่า ตนเองควรจะปรับปรุงแก้ไข หรือ พัฒนาที่จุดใด
• เป็นการฝึกให้เด็กติดตามสิ่งที่รับรู้และมาบอกเล่าถึงสิ่งนั้น
 
 
 
7. ริเริ่มและลงมือทำ (Initiating)
คือ ความสามารถในการ “คิด” ที่จะทำสิ่งใหม่ที่ตนเองไม่เคยทำ หรือยังทำไม่สำเร็จ และ “ลงมือทำ” สิ่งนั้นให้สำเร็จด้วยตนเอง เช่น ริเริ่มที่จะร้อยดอกไม้ด้วยตนเอง เพื่อให้แม่เป็นของขวัญวันแม่
 
 
 
8. วางแผนและจัดระบบดำเนินการ (Planning & Organizing)
รู้จักวางแผนให้รอบคอบก่อนลงมือทำ จัดลำดับความสำคัญ จัดหมวดหมู่สิ่งต่าง ๆ ได้ดี และวางแผนอย่างเป็นระบบได้
 
 
 
9. พากเพียร มุ่งสู่เป้าหมาย (Goal-directed Persistence)
ไม่ล้มเลิกเมื่อเจออุปสรรค แต่จะพยายามเรียนรู้และปรับปรุงวิธีทำงานให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้
 
 
 
อ้างอิง http://www.rlg-ef.com/

Recommend


ชุด นิทานพัฒนาทักษะสมอง EFชุดที่ 1
ชุด นิทานพัฒนาทักษะสมอง EFชุดที่ 2




ชุด นิทานพัฒนาทักษะสมอง EF ชุดที่ 3
ชุด นิทานพัฒนาทักษะสมอง EF ชุดที่ 4


  


ป๋องแป๋ง ชุด งานบ้านแสนสนุก
ป๋องแป๋ง ชุด คนเก่ง

 

พัฒนาการด้านภาษาและการพูดสื่อสารของลูก วัยแรกเกิด - 3 ปี

ทำอย่างไร? เมื่อลูกชอบฉีกหนังสือ

จ๊ะเอ๋! สายใยรักสร้างพัฒนาการลูก