ตะกร้าสินค้า
cancel

My Cart

ยอดรวม

0.00 บาท

ชุด หนังสือคัดสรรจากโครงการนิทานเพื่อนรัก ชุดที่ 6 (10 เล่ม) + กล่องดินสอไดโน

รหัสสินค้า : 90749

ราคา 1,190.- 1,012.-
15% Off

รายละเอียด

รหัสสินค้า
90749
ปีที่พิมพ์
2564
ชุด
-
เรื่อง
-
ภาพ
-
แปล
-
ประเภท
นิทาน
ช่วงวัย
4-6 ปี
ขนาด
8 X 11.5 นิ้ว + 8.56 X 9 นิ้ว + 9 X 9 นิ้ว
จำนวน (หน้า)
28
ประเภทปก
ปกอ่อน
สำนักพิมพ์
แฮปปี้คิดส์, เฮลโลคิดส์
ISBN
-
ประเภทกระดาษ
-
ความหนาต่อแผ่น
-
ชุด หนังสือคัดสรรจากโครงการนิทานเพื่อนรัก ชุด 6 (10 เล่ม) :
1. มื้อนี้มีช้างอร่อย ราคาปกติ 125 บาท (28 หน้า)
ขนาด 8 X 11.5 นิ้ว
2. หนูไม่ใช่เด็กเล็กนะ ราคาปกติ 125 บาท (28 หน้า) ขนาด 8.56 X 9 นิ้ว
3. ใคร ๆ ก็วาดรูปได้ ราคาปกติ 125 บาท (28 หน้า) ขนาด 8.5 X 9.26 นิ้ว
4. กอดวิเศษ ราคาปกติ 125 บาท (28 หน้า) ขนาด 9 X 9 นิ้ว
5. ดวงดาวของเจ้าตุ่น ราคาปกติ 125 บาท (32 หน้า) ขนาด 9 X 9 นิ้ว
6. เมื่อเราจูงมือกัน ราคาปกติ 125 บาท (28 หน้า) ขนาด 9 X 9 นิ้ว
7. กล้วย ราคาปกติ 125 บาท (28 หน้า) ขนาด
8.16 X 9 นิ้ว
8. ฉันบินได้ ราคาปกติ 125 บาท (32 หน้า) ขนาด
8.5 X 9.37 นิ้ว
9. ฉันชอบกินไข่ ราคาปกติ 95 บาท (24 หน้า) ขนาด 9 X 9 นิ้ว
10. ความสุขของแม่ ราคาปกติ 95 บาท (24 หน้า) ขนาด 9 X 9 นิ้ว
 
หนังสือนิทาน "โครงการนิทานเพื่อนรัก" นิทานรายเดือน โดย บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด ผู้นำในการสร้างสรรค์หนังสือและสื่อคุณภาพ เพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2545 เพื่อส่งเสริมและสร้างความสุขในการอ่านสำหรับเด็กปฐมวัย (แรกเกิด – 6 ปี) ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้ภาษาธรรมชาติแบบองค์รวม (Whole Language) เราคัดสรรหนังสือนิทานดีๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ เพื่อให้เด็กๆ ได้สัมผัสเรื่องราวที่หลากหลายจากต่างวัฒนธรรม ถ่ายทอดผ่านภาพประกอบหลายเทคนิคหลากสไตล์ ซึ่งจะช่วยเปิดโลกและมุมมองใหม่ๆ อันส่งผลต่อความฉลาดทางอารมณ์ สติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์

มื้อนี้มีช้างอร่อย
นิทานที่แฝงอารมณ์ขัน เรื่องราวของคุณนายแมงมุมซึ่งชักใยแสนสวยระหว่างต้นไม้สองต้นในทุ่งหญ้าสะวันนา คุณช้างบังเอิญเดินผ่านมาเห็นก็คิดว่าเป็นเปลญวนจึงนั่งไกวเล่นอย่างสบายใจ ส่วนคุณนายแมงมุมก็ดีใจที่มื้อนี้จะได้กินช้างเป็นอาหาร! เอ..นิทานเรื่องนี้จะจบลงแบบไหนกันนะ

ความน่าสนใจของนิทานเล่มนี้ นอกจากเนื้อเรื่องที่สนุกถูกใจเด็กๆ แล้ว แต่ยังแฝงข้อคิดไว้หลายเรื่องเลยค่ะ ได้แก่
• จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ในเรื่องนี้คุณนายแมงมุมตัวเล็กกระจิ๋วหลิว แต่สามารถแบกคุณช้างซึ่งตัวใหญ่เบ้อเริ่มได้
• การมองต่างมุม ในเรื่องนี้คุณนายแมงมุมต้องการจะกินคุณช้าง แต่คุณช้างคิดว่าคุณนายแมงมุมกำลังเล่นด้วย
• พัฒนาทักษะทางสังคม


(ฉบับรีพิมพ์จากนิทานเพื่อนรักปีที่ 19 ฉบับที่ 111 เดือน มิถุนายน 2563)

หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล :
โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

 
 
 

หนูไม่ใช่เด็กเล็กนะ
เรื่องราวของหนูน้อยพรูเนลล่า เด็กหญิงที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กโตแล้ว จึงพยายามเลิกทำกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กเล็กทำกัน เช่น เลิกเล่นตุ๊กตาตัวโปรด เลิกเล่นสไลเดอร์เกลียว เลิกร้องเพลงA-B-C เลิกเล่นบทบาทสมมติในนิทาน เป็นต้น 
สุดท้ายแล้ว พรูเนลล่าจะเป็นเด็กโตแล้วจริงๆ หรือเปล่านะ...


พฤติกรรมของพรูเนลล่าในนิทานเรื่อง "หนูไม่ใช่เด็กเล็กนะ" ตรงกับทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน ในขั้นที่ 2 คือ การพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง พรูเนลล่าเป็นตัวอย่างของเด็กที่คิดว่าตนเองโตแล้ว และแสดงออกโดยการทำสิ่งต่างๆ  ที่คิดว่าเด็กโตทำกัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้มองว่าสิ่งที่พรูเนลล่าทำเป็นเรื่องไร้สาระแต่กลับสนับสนุนให้พูเนลล่าทำความความคิดของตนเอง ทั้งยังคอยให้กำลังใจ และอยู่ข้างๆ เมื่อต้องการความช่วยเหลือ

การให้เด็กช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันและช่วยเหลือผู้อื่น จะช่วยส่งเสริมการนับถือตนเอง (Self-Esteem) ดังนั้นการฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองและมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างเหมาะสมกับวัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถทำได้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน คุณหมอและนักการศึกษาหลายท่านให้ข้อมูลตรงกันว่า การมอบหมายหน้าที่ให้เด็กรับผิดชอบจะช่วยพัฒนาสมองส่วนหน้า หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า EF ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เด็กจะต้องมีเป้าหมาย คือ การทำงานให้เสร็จ ส่งผลให้เกิดกระบวนการการวางแผน (Planning and Organizing) ว่าจะทำอะไรก่อน - หลัง และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จะเป็นสถานการณ์ท้าทายให้เด็กได้แก้ปัญหา ซึ่งช่วยให้สมองส่วนการยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) การยืดหยุ่นความคิด (Shift / Cognitive Flexbility) และการควบคุมอารมณ์ (Emotional Control) จะได้ทำงาน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) คือ การทำงานสำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย

*ฉบับรีพิมพ์จากนิทานเพื่อนรักปีที่ 18 ฉบับที่ 109 เดือน มกราคม 2563)

หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล :
โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

 
 
 

ใครๆ ก็วาดรูปได้
บางคนชอบวาดตัวละคร
ในขณะที่บางคนชอบวาดฉาก
บางคนชอบการวาดภาพขาวดำ
ในขณะที่บางคนชอบวาดภาพสีสันสดใส
และมีเครื่องมือมากมายที่สร้างสรรค์ภาพวาดได้
ไม่ว่าจะเป็นส่วนต่างๆ ของร่างกาย กรรไกร หรือแม้แต่เข็มและด้าย...
อ่านจนจบเล่มแล้ว ในหน้าสุดท้ายผู้เขียนได้ตั้งคำถามกับเด็กๆ ว่า "เธอจะวาดอะไรจ๊ะ"

หนังสือภาพน่ารักเล่มนี้จะจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆ ค่ะ ใจความสำคัญต้องการที่จะให้เด็กมีความสนุกและสนุกกับการวาดภาพ เด็กวาดรูปไม่ได้เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น มีประสบการณ์น้อย เห็นภาพต่างๆ น้อย ตรงนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมเด็กๆ ได้โดยหาภาพมาให้เด็กๆ ได้ดู  หรือเด็กถูกผู้ใหญ่ตีตราว่าวาดภาพไม่สวย ทำให้เด็กไม่อยากวาดภาพ การชมเด็กจึงควรหลีกเลี่ยงว่าวาดภาพสวย แต่ให้ชมที่พฤติกรรม เช่น "วันนี้หนูใช้สีได้สดใสจังเลยค่ะ" หรือ "วันนี้แม่เห็นนะคะว่าหนูตั้งใจวาดภาพมากเลยค่ะ" เป็นต้น

(ฉบับรีพิมพ์จากนิทานเพื่อนรักปีที่ 19 ฉบับที่ 115 เดือน ตุลาคม 2563)

 
หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล :
- โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ
 
 
 

กอดวิเศษ
มังกรน้อยรู้สึกโกรธมาก เขาพ่นไฟใส่สิ่งต่าง ๆ แม้กระทั่งตัวเขาเอง แล้วเขาก็ได้เรียนรู้ว่า ความโกรธสามารถทำลายล้างได้ทุกอย่าง ทั้งสิ่งของ ตนเอง หรือแม้แต่คนอื่น แต่สิ่งที่ง่ายและวิเศษที่สุดที่สามารถจัดการกับความโกรธได้ ก็คือ ‘การกอด’ นั่นเอง นิทานเล่มนี้จะสอนให้เด็กๆ รู้จักกับความโกรธ และแนะนำคุณพ่อคุณแม่ถึงวิธีการระดับความโกรธของเด็กๆ ค่ะ

(ฉบับรีพิมพ์จากนิทานเพื่อนรักปีที่ 19 ฉบับที่ 113 เดือน สิงหาคม 2563)


หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล : โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

 
 
 
 

ดวงดาวของเจ้าตุ่น
เรื่องราวของตัวตุ่นที่มักจะออกมาจากโพรง เพื่อนั่งดูดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า เขาปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของดาวดวงเหล่านั้น แล้วคืนหนึ่ง ความปรารถนาของเขาก็เป็นจริง เมื่อเขาอธิษฐานต่อดาวตกที่เพิ่งส่องแสงวาบผ่านไปว่า "ขอให้ฉันได้เป็นเจ้าของดวงดาวทุกดวงบนโลกนี้ด้วยเถิด" ทันทีที่ลืมตาขึ้น เขาก็เห็นบันไดมากมายทอดขึ้นสู่ท้องฟ้า ตัวตุ่นรีบปีนขึ้นไปเก็บดวงดาวทั้งหมดมาไว้ในโพรงของเขาจนสว่างไสวไปทั่ว เขามีความสุขมาก... แต่ทว่าสัตว์ตัวอื่นๆ ในป่ากลับโศกเศร้า เพราะท้องฟ้าในยามนี้มืดมิด ไม่มีดาวเลยสักดวง พวกสัตว์ต่างก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับดวงดาวทั้งหมด!


(ฉบับรีพิมพ์จากนิทานเพื่อนรักปีที่ 19 ฉบับที่ 169 เดือน มิถุนายน 2563)

 
หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล :
- โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ
 
 
 
เมื่อเราจูงมือกัน
นิทานเล่มนี้เล่าถึงหนูตัวน้อยกับหนูตัวใหญ่ที่เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ในฤดูต่างๆ และพบเจอกับสัตว์มากมาย และเน้นย้ำว่าประสบกราณ์ของเราไม่ว่าจะในเวลาใดหรือฤดูกาลใด ก็จะอบอุ่นขึ้น เป็นบวกขึ้น ถ้ามีผู้ที่พร้อมจะจูงมือไปด้วยกัน นิทานเรื่องนี้ไม่ได้บอกว่าหนูตัวเล็กหรือหนูตัวใหญ่เป็นผู้ได้ประโยชน์จากการจูงมือ แต่เหมือนจะบอกว่า การที่ได้ร่วมทำอะไรกับใครสักคนที่สำคัญกับเรา เป็นเรื่องที่ดีกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่

นิทานเรื่อง "เมื่อเราจูงมือกัน" จึงเป็นตัวอย่างของการสนับสนุน การประคับประคอง และคอยอยู่เคียงข้างของผู้ใหญ่ ที่ทำให้เด็กรู้สึกถึงความผูกพันที่มั่นคง ช่วยให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างมั่นใจ พร้อมที่จะเรียนรู้โลกกว้างและเป็นผลดีต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาอีกด้วย
 
(ฉบับรีพิมพ์จากนิทานเพื่อนรักปีที่ 18 ฉบับที่ 168 เดือน กุมภาพันธ์ 2563)
 
หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล :
- โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ
 
 
 
 
กล้วย!
นิทานน่ารักเล่มนี้มาพร้อมกับคำสั้นๆ คือ “กล้วย!” เหมือนกับชื่อเรื่อง แต่สาระในนิทานนั้นน่าสนใจมากค่ะ เพราะนิทานเรื่องนี้ดำเนินเรื่องด้วยคำหลักเพียงคำเดียวตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละหน้า มีเพียงภาพประกอบของเจ้าลิงเสื้อฟ้า กับเจ้าลิงเสื้อส้ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยส่งเสริมให้เด็กอ่านจากภาพ และใช้จินตนาการในการทำความเข้าใจบทสนทนา ผ่านการอ่านกิริยาท่าทางของเจ้าลิงทั้งสองตัว คุณครู และผู้ปกครองเพียงแค่อ่านนิทานตามเนื้อเรื่อง โดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม ปล่อยให้เด็กๆ ได้จินตนาการทำความเข้าใจภาพด้วยตนเองก็พอค่ะ

"การให้" เป็นสิ่งที่แสดงถึงความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการแบ่งปัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เราต้องการให้เกิดขึ้นกับเด็ก ตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560  ที่ระบุไว้ว่าเด็กต้องมีความเมตตากรุณา มีน้ำใจ และช่วยเหลือแบ่งปัน สาระของนิทานเรื่อง "กล้วย!" จึงส่งเสริมเด็กให้เรียนรู้เรื่องการแบ่งปันผ่านการฟังนิทานและทำกิจกรรมต่อยอดจากนิทานค่ะ
 
(ฉบับรีพิมพ์จากนิทานเพื่อนรักปีที่ 18 ฉบับที่ 110 เดือน กุมภาพันธ์ 2563)
 
หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล :
- โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ
 
 
 

ฉันบิน (ไม่) ได้
นิทานเล่มนี้เล่าถึงความน่ารักของนกเพนกวินน้อยที่อยากบินได้เหมือนนกอื่น ๆ "ฉันมีปีกนี่นา" "ฉันก็ต้องบินได้สิ" เพนกวินน้อยคิด เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะบินให้ได้ เดินซอยเท้าถี่ๆ ก็แล้ว กระพือปีกเร็วๆ ก็แล้ว แม้กระทั่งพุ่งตัวไถลลงมาจากน้ำแข็ง ลอยละลิ่ว กระเด็นกระดอนจนตกลงไปในทะเล...
มาเอาใจช่วยกันนะคะว่าเพนกวินน้อยจะบินได้ไหม..

สิ่งที่ได้จากนิทานเรื่องนี้คือ ความสามารถและความจำกัดที่แตกต่างกันของคนแต่ละคน เราอาจทำบางอย่างได้ไม่ดีเท่าคนบางคน แต่ก็อาจมีบางอย่างที่เราทำได้ดีกว่าคนอื่น อีกประการหนึ่งคือ "การรู้จักตนเอง" การเห็นคุณค่าในตนเองที่เกิดจากประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากคนรอบตัว ซึ่งคุณครูและผู้ปกครองสามารถส่งเสริมเด็กๆ ได้ โดยการให้โอกาส การชื่นชม ไม่เปรียบเทียบเด็ก และช่วยให้เขาค้นหาความสามารถของตนเองให้พบ


(ฉบับรีพิมพ์จากนิทานเพื่อนรักปีที่ 18 ฉบับที่ 167 เดือน มกราคม 2563)

หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล :
โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

 
 
 
 

ความสุขของแม่
แม่ของลาโมไม่สบาย จึงวานให้ลาโมนำของไปส่งให้ ระหว่างทางกลับบ้าน ลาโมเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้า เธออยากซื้อเสื้อคลุมขนสัตว์ให้แม่ แม่ของเธอจะได้หายป่วยไวๆ แต่เธอมีเงินไม่พอจึงไม่สามารถซื้อให้แม่ได้ ลาโมเดินทางกลับบ้านต่อ เธอผ่านป้ายรถประจำทางและแวะสูดกลิ่นหอมของดอกไม้แถวนั้น พลันสายตาของเธอก็เห็นกระเป๋าสตางค์ตกอยู่ ข้างในมีเงินจำนวนมาก มากกว่าที่ลาโมเคยเห็นมาเสียอีก ลาโมจะทำอย่างไรกับเงินนี้ดีนะ

จุดเด่นของนิทานเล่มนี้ ผู้เขียนเป็นชาวภูฏาน ดังนั้นเด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่จึงได้เห็นวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวภูฏาน เช่น การแต่งกาย และภูมิประเทศอันงดงามของประเทศภูฏานที่ถ่ายทอดผ่านภาพประกอบในนิทานเล่มนี้



(ฉบับรีพิมพ์จากนิทานเพื่อนรักปีที่ 19 ฉบับที่ 171 เดือน สิงหาคม 2563)

หนังสือเล่มนี้ได้รางวัล :
โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ 

 
 
 
 
Subscribe to Our Newsletter